ตอแม่ตะเคียน!!

เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบห้าปีที่ผ่านมา ที่จังหวัดอุบลราชธานี คุณประสิทธิ์ทำงานเป็นคนขับรถทัวร์ และช่วงที่คุณประสิทธิ์ขับรถอยู่ที่สมุทรปราการ บริษัทก็ได้แจ้งกับคุณประสิทธิ์ว่าวันเสาร์ที่จะถึงนี้ให้คุณประสิทธิ์ไปส่งคนที่จะเหมารถไปจังหวัดอุบลราชธานี ให้ไปรับคนขึ้นรถตามจุดต่างๆ ตามที่ระบุไว้ให้ คุณประสิทธิ์จึงได้ไปรับผู้โดยสารแล้ววิ่งรถไปที่อุบลราชธานี

ไปถึงที่หมายประมาณสี่โมงเย็น คุณประสิทธิ์ก็ได้เอารถเข้าไปจอดในวัด หลังจากคนลงหมดแล้ว คุณประสิทธิ์ก็ได้พักทานข้าว เสร็จแล้วกะว่าจะนอนพัก แต่ในวัดมีงาน คุณประสิทธิ์จึงคิดว่าคงจะนอนไม่หลับแน่ ก็เลยขับรถเข้าไปจอดที่หลังวัด ตรงจุดนั้นจะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเรียงรายอยู่หลายต้นเลยทีเดียว

จนเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม คุณประสิทธิ์ก็ได้เข้านอน และได้ตื่นขึ้นมาประมาณเที่ยงคืนเพราะปวดปัสสาวะ จึงได้ออกไปข้างนอกรถแล้วจัดการธุระส่วนตัว พลันคุณประสิทธิ์ก็สังเกตเห็นผู้หญิงผมยาวคนหนึ่ง เธอนั่งร้องไห้อยู่บนต้นไม้ คุณประสิทธิ์จึงได้เดินเข้าไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ยอมพูด

คุณประสิทธิ์ก็เลยไม่กล้าถามเซ้าซี้มากเพราะตนไม่ใช่คนในพื้นที่ จึงได้กลับเข้ามาในรถ แล้วก็มองไปยังจุดที่ผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ คุณประสิทธิ์ก็เห็นผู้หญิงคนนั้นกวักมือเรียก จึงตัดสินใจถือไฟฉายแล้วลงไปหาอีกครั้ง พอคุณประสิทธิ์เดินไปถึงก็ได้ถามว่ามีอะไรหรือ แล้วก็ได้ส่องไฟขึ้นไปดู ปรากฏว่าผู้หญิงคนนั้นไม่มีแววตา เห็นแค่ลูกกะตาดำๆ คุณประสิทธิ์ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก กำสร้อยพระในคอไว้แน่น แล้วผู้หญิงคนที่นั่งอยู่บนต้นไม้ก็พูดขึ้นมาว่า

“ช่วยหน่อย ช่วยหน่อยนะ อยู่ข้างล่างนี่…”

คุณประสิทธิ์ช็อค พูดอะไรไม่ออก ทิ้งไฟฉายแล้วก็หันหลังวิ่งตรงเข้าไปทางกุฏิพระ ในกุฏิมีพระชราอยู่รูปหนึ่ง คุณประสิทธิ์ก็ได้บอกว่า “หลวงตาครับ! ผมเจอผีอยู่บนต้นไม้!” หลวงตาก็ถามว่า “แล้วโยมไปจอดรถตรงไหน?” คุณประสิทธิ์ก็ตอบว่า “หลังเมรุไปประมาณห้าสิบเมตร ตรงที่เป็นป่า ผมทิ้งไฟฉายไว้ตรงนั้นด้วย หลวงตาไปเป็นเพื่อนผมหน่อย” คุณประสิทธิ์กับหลวงตาจึงเดินไปที่หลังเมรุ แต่ก็ไม่พบผู้หญิงคนนั้นแล้ว

คุณประสิทธิ์จึงได้เดินกลับไปที่รถ แล้วกะว่าจะเอารถไปจอดที่อื่นดีกว่า แต่รถกลับสตาร์ทไม่ติด คุณประสิทธิ์ลองอยู่นานก็ยังสตาร์ทไม่ติด จึงนึกในใจว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ขอให้แม่ย่านางช่วยคุ้มครองลูกช้างด้วย…

พอคุณประสิทธิ์หันกลับไปดูที่นอกกระจก ก็ยังเห็นผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ที่เดิม คุณประสิทธิ์ก็ไม่กล้าลงจากรถอีก จึงได้แต่ข่มตานอนจนถึงเช้า

พอตอนเช้าก็ได้เดินไปบอกเจ้าภาพงานวัด ว่าเมื่อคืนได้เจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า ทางเจ้าภาพจึงได้ไปคุยเรื่องนี้กับพระ คุณประสิทธิ์ก็กลับไปที่รถ แต่รถก็ยังสตาร์ทไม่ติด ทั้งๆ ที่เช็คอุปกรณ์ทุกอย่างเป็นปกติดีแล้ว จึงได้ขอให้ผู้โดยสารทุกคนช่วยกันเข็นรถออกไปนอกวัดแล้วลองสตาร์ทดูอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ติด เรียกช่างมาช่วยดูให้ก็ยังสตาร์ทไม่ติด

คุณประสิทธิ์จึงนึกถึงคำพูดของผู้หญิงคนนั้น เหมือนเขาจะบอกว่าให้ช่วยเขาด้วย เขาอยู่ข้างล่างนี่ คุณประสิทธิ์จึงได้ไปบอกกับทางเจ้าภาพ เจ้าภาพก็เลยให้ทุกคนมาช่วยกันขุดดู

ประมาณชั่วโมงครึ่ง ขุดกันลงไปก็ลึกพอสมควร ก็ได้ไปเจอกับต้นตะเคียนใหญ่มาก คุณประสิทธิ์จึงได้ไปจุดธูปแล้วบอกว่า

“เจ้าแม่ ถ้าอยากขึ้นไปข้างบนนะ ขอให้ช่วยทำให้รถผมสตาร์ทติด แล้วเงินที่ผมเหมามาสี่หมื่น ผมจะเอาไปจ้างรถแม็คโครมาขุดเอาเจ้าแม่ขึ้นมา”

จากนั้นคุณประสิทธิ์จึงได้กลับไปที่รถ สตาร์ทแค่ทีเดียวรถก็ติดเลย คุณประสิทธิ์งงมาก และได้ทำตามสัญญาโดยการไปจ้างรถแม็คโครมาสองคันเพื่อที่จะได้ขุดเอาต้นตะเคียนขึ้นมา แต่ขุดยังไงก็ไม่ขึ้น ทั้งๆ ที่ช่วยกันสองคัน จนสุดท้ายคณะทัวร์ที่มาด้วยต้องการจะอยู่ต่อ และจะขอเหมาต่ออีกวันหนึ่ง คุณประสิทธิ์จึงได้โทรไปคุยกับเจ้านาย จนเวลากลางคืน คุณประสิทธิ์ก็เข้าไปนอนในรถเหมือนอย่างเคย ผู้หญิงคนนั้นก็ได้มาเข้าฝันแล้วบอกว่า

“ถ้าอยากจะเอาแม่ขึ้น ให้ทำบายศรี แล้วก็เชิญแม่ขึ้น แล้วแม่จะให้โชคให้ลาภ”

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณประสิทธิ์ก็ได้ถามว่ามีใครทำบายศรีเป็นบ้าง เพราะเจ้าแม่ได้มาเข้าฝัน บอกว่าให้ทำบายศรีก่อน ทางวัดจึงได้ทำบายศรีแล้วให้รถแม็คโครลงไปขุดอีกที แต่ครั้งนี้กลับยกต้นตะเคียนขึ้นมาอย่างง่ายดาย พอเอาต้นตะเคียนขึ้นมาได้แล้ว คุณประสิทธิ์ก็ได้พูดว่า

“ผมนำเจ้าแม่ขึ้นมาแล้วนะครับ ขอให้เจ้าแม่สถิตอยู่ที่วัดนี้เลยก็แล้วกันครับ”

ซึ่งวัดที่ว่านี้อยู่ในอำเภอน้ำยืน ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด