บุคคลวิกลจริต!!

เรื่องเกิดขึ้นประมาณเจ็ดปีที่แล้ว บ้านที่คุณกันอยู่เป็นหมู่บ้านทาวน์เฮาส์ทั่วไป ซึ่งเป็นช่วงที่คุณย่าของคุณกันได้เสียแล้ว โดยมี อาเอ (นามสมมติ) เป็นอาแท้ๆ ของคุณกันเป็นอาผู้หญิง และ อาบี (นามสมมติ) เป็นอาผู้ชายที่เป็นแฟนของอาเอ ในบ้านหลังนี้จะอยู่กันห้าคน ประกอบไปด้วย คุณกัน ปู่ น้อง อาเอและอาบี

ช่วงแรกๆ ที่อาเอกับอาบีคบกันก็เป็นปกติ แต่ว่าทางฝ่ายพ่อแม่ของอาบีจะพูดกับอาเอเสมอว่า รับได้ไหม ลูกชายเค้าเหมือนเป็นคนที่ค่อนข้างสติไม่ค่อยดี มีอาการทางประสาท จะมีบางอารมณ์ที่ว่าอยู่ดีๆ ก็โมโหขึ้นมาหรือบางทีก็โวยวายแบบไม่มีสาเหตุ

ช่วงแรกๆ อาเอก็ยังทนได้ แต่พอพักหลังๆ มาเริ่มมีอาการที่หนักขึ้นๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร พยายามอยู่กันให้ได้ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่คุณกันทำงานก่อสร้างกับน้องชาย จึงไม่ค่อยได้อยู่บ้านกัน ก็เลยไม่รู้ว่ามีเรื่องราวอะไรกัน และอยู่ดีๆ อาเอทนไม่ไหว ตัดสินใจที่จะหนีออกจากบ้าน แล้วอาเอก็หนีไปเลย คุณกันไม่สามารถติดต่อได้ อาบีก็ไม่สามารถติดต่อได้ คือคนทั้งบ้านไม่มีใครสามารถติดต่ออาเอได้เลย

อาบีก็เหมือนว่าอาการทางประสาทจะหนักมากขึ้น เขาก็เริ่มมาถามว่า อาเอไปไหน อาเอมีชู้ใช่ไหม ถึงขั้นที่ว่าไปจ้างนักสืบตามหาตัว แต่ว่าตามหายังไงก็หาไม่เจอ ก็เลยตัดสินใจว่า ให้อาบีใจเย็นๆ ก่อน ถ้าติดต่ออาเอได้เดี๋ยวจะช่วยพูดให้ ช่วยเกลี้ยกล่อมให้

จนมีอยู่วันหนึ่ง พ่อคุณกันโทรมาบอกว่าสามารถติดต่ออาเอได้แล้ว แล้วอาเอก็เล่าให้ฟังว่าเขาทนอยู่ไม่ได้แล้ว อาบีเริ่มที่จะทำร้ายร่างกาย เริ่มที่จะขึ้นเสียงมากขึ้นทุกวัน เหมือนคนเป็นบ้าเข้าไปทุกที

จนวันหนึ่ง อาบีเริ่มจิตหลอน เริ่มเพ้อ ถามหาแต่ว่าอาเออยู่ไหน บางทีเดินวนรอบบ้านแล้วตะโกนว่าอยู่ไหนๆ คุณกันก็บอกว่า เขาไม่ได้ไปไหนหรอกเดี๋ยวเขาก็กลับมา แต่คือตัวคุณกันรู้อยู่แล้วว่า ให้ระยะเวลาอาบีให้เขาทำใจไปก่อน ด้วยความที่อาบีเริ่มมีอาการจิตหลอน เลยลาออกจากงาน เขาเป็นช่างซ่อมคอม ระหว่างนั้นก็ไปรับจ็อบอะไรเรื่อยเปื่อยไปตามเรื่อง ทีนี้อาบีเริ่มเอาของแต่ละอย่างเข้ามาไว้ที่บ้าน เป็นพระบ้าง รองเท้าบ้าง คือจะเป็นของจิปาถะทั่วไป

แล้ววันหนึ่งอาบีก็หายตัวไป ปกติอาบีจะกลับมานอนบ้านทุกวัน อย่างน้อยถ้าไม่ตอนเช้า ก็วันเว้นวันที่อาบีจะต้องกลับมานอนที่บ้าน อาบีก็หายตัวไปเป็นอาทิตย์และไม่สามารถติดต่อได้ หลังจากนั้นอีกสองวัน อาอีกคนหนึ่งของคุณกันติดต่อเขาได้ และก็คุยกับอาบีว่า “ถ้าจะไม่อยู่บ้านหลังนี้แล้วก็ขอให้บอก จะได้ให้กันกับน้องมันย้ายออก จะได้ต่างคนต่างอยู่กัน” แต่อาบีก็ตัดสายทิ้งไปเลย

หลังจากนั้นเดือนนึง คุณกันก็เริ่มได้เห็นอะไรแปลกๆ อะไรแปลกๆ ที่ว่านั่นก็คือ เริ่มที่ตัวคุณกันก่อน วันนั้นกลับจากไปกินงานวันเกิดเพื่อน ปู่นอนข้างล่าง คุณกันนอนข้างบนกับน้อง นอนบนโซฟา จังหวะที่หลับอยู่ เหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น มันมีความรู้สึกว่า เหมือนมีคนเดินผ่านไปมาตลอดเวลา เดินวนไปทางหลังบ้าน จะเป็นแบบนี้แทบทุกคืน จนคุณกันรู้สึกไม่อยากที่จะนอนที่นี่อีกแล้ว ช่วงนั้นก็เลยไปนอนบ้านเพื่อนแทน ต่อมาปู่ก็มาเล่าให้ฟัง ว่าเริ่มมีความรู้สึกว่าเวลานอนเหมือนคนมาเหยียบหน้าอก มีคนมาทับตัว มีคนมาจั๊กจี้ที่เท้าบ้าง

วันนั้นน้องคุณกันก็เลยพาเพื่อนมานอนบ้าน ก็นอนกันข้างล่าง ปู่นอนข้างบน คืนที่เกิดเรื่อง ตัวน้องก็หลับไปแล้ว ส่วนเพื่อนน้องก็ยังนอนอยู่ โดยที่ชั้นล่างเปิดไฟไว้สลัวๆ และชั้นบนปิดไฟ เพื่อนของน้องคุณกันเห็นมีคนชะโงกหน้าลงมาจากตรงบันไดชั้นสอง แล้วก็ดึงกลับขึ้นไป ตัวเพื่อนก็เริ่มระแวงเลยสะกิดน้องคุณกัน แล้วเรียกให้ตื่น เพื่อนก็เล่าให้น้องคุณกันฟังว่าเกิดอะไรขึ้น สักพักนึงเอาอีก จังหวะเคลิ้มๆ หลับของทั้งคู่ เพื่อนเห็นก่อนแล้วก็สะกิดน้องคุณกัน ปรากฏว่าคราวนี้เห็นทั้งคู่เลย เห็นเป็นผู้หญิงชะโงกหน้าลงมาแล้วก็ดึงหัวกลับขึ้นไป เป็นแบบนี้ประมาณสองรอบ จากนั้นทั้งคู่ก็ไม่นอนอีกเลยในคืนนั้น ออกข้างนอกไปนอนบ้านเพื่อนเลย

ส่วนอาคุณกันจะต้องมาที่บ้านตลอดเพื่อที่จะพาปู่ไปกินข้าว เข้ามาช่วงเช้ามืดประมาณตีห้าเพราะว่าจะต้องไปส่งของช่วงเช้า วันนั้นก็เข้ามาตามปกติ ขณะที่กำลังจะเปิดประตูบ้านเข้าไป ตอนนั้นเปิดไฟหลังบ้านทิ้งไว้ เขาเห็นเงาผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่กลางบ้าน เขาก็ตกใจ คิดว่าเป็นอาเอกลับมาที่บ้านรึป่าว แต่เขานึกขึ้นได้อาเอเพิ่งโทรหาเขาเมื่อตอนเย็นว่าเขาอยู่อีกที่หนึ่ง แล้วทั้งบ้านจะมีแค่ คุณกัน น้องคุณกัน และปู่ ซึ่งไม่มีผู้หญิงแน่นอน แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร อาของคุณกันไม่เข้าบ้าน ปิดประตูแล้วก็ไปเลย

เป็นแบบนี้ประมาณเกือบเดือน ทุกคนจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ตลอด สุดท้ายทนไม่ไหว ย้ายออกเหอะ ด้วยเหตุผลที่ว่า ข้อแรก. เรื่องค่าเช่า อาบีไม่ยอมมาจ่ายและไม่มารับผิดชอบ ข้อสอง. เรื่องบ้านอยู่มาสองปีไม่เคยเป็น อยู่ดีๆ มาเป็นแบบนี้มาเจออะไรแบบนี้ มันแปลก เลยตัดสินใจย้ายออก

ตอนย้ายออก คุณกันก็เกณฑ์พรรคพวกมาช่วยกันขนของ ก็ขึ้นไปเก็บโต๊ะหมูบูชา อันเชิญพระพุทธรูปลงมา เก็บนู่นนี่นั่น กำลังจะย้ายของก็ไปสะดุดตากับของสิ่งหนึ่ง เป็นโกศกระดูกทำด้วยทองเหลืองสองอัน วางอยู่ใต้โต๊ะหมู่บูชา ทีนี้ก็ไม่เข้าใจว่าของใคร ประจวบเหมาะที่ว่าย่าเพิ่งเสียไป ก็คิดว่าเป็นของย่าหรือเปล่า ไปถามปู่ถามอาก็ได้คำตอบมาว่า กระดูกย่าลอยอังคารไปแล้ว แล้วอันนี้คือของใคร แล้วก่อนที่จะย้ายก็ต้องเอาของมารวมๆ กันก่อนแล้วค่อยขนขึ้นกระบะรถ น้องคุณกันขนของจนเหนื่อยเลยถือโอกาสงีบหลับไป

และน้องคุณกันก็ฝัน ในความฝันเห็นผู้หญิงกับผู้ชายสองคนเดินลงมาจากบันไดบ้านแล้วชี้หน้า ผู้หญิงอายุน่าจะประมาณสามสิบกว่าๆ ผมยาวถึงกลางหลัง ส่วนผู้ชายเป็นคนตัวใหญ่ ผิวดำ ใส่กางเกงยีนส์เสื้อยืดสีขาว แล้วน้องคุณกันก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ก็เห็นโกศกระดูกทั้งสองอันนั้นมันออกมาอยู่ข้างนอก ทั้งๆ ที่คุณกันเอาใส่ถุงไว้แล้ว จังหวะนั้นมีแค่น้องคุณกันอยู่แค่คนเดียว เป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครหยิบออกมา

สุดท้ายเมื่อหาที่มาไม่ได้ เลยเอาของพวกนี้ไปไว้วัด แล้วถามหลวงพ่อว่าควรจะทำยังไงดี หลวงพ่อบอกว่าเอาไปวางไว้ที่ใต้ต้นไม้ แล้วเดินตรงออกจากวัดไปเลยโดยไม่ต้องหันกลับมามอง และสรุปสุดท้ายก็ได้ไปถามญาติทางฝ่ายแม่ของอาบี ก็ไปถามเขาว่าติดต่ออาบีได้หรือยัง แม่อาบีก็บอกว่า

“ติดต่อได้แล้ว ลูกเขากลับมาอยู่บ้านแล้ว ต้องขอโทษด้วยนะที่ลูกเขาเป็นแบบนี้ แต่อย่าถือสาเพราะลูกเขาไม่ปกติ”

คุณกันก็เลยเล่าเหตุการณ์ที่เจอมาทั้งหมดให้เขาฟัง รวมถึงโกศเก็บกระดูกที่เจอ แม่อาบีตกใจ แล้วก็บอกว่า “นี่มันทำจริงๆ เหรอ!” และแม่อาบีก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่า…

อาบีไปหาหมอผี แล้วก็ขอผีสองตัวให้มาอยู่ในบ้านหลังนี้ ให้มาหลอกคนในบ้านจนกว่าอาเอจะกลับบ้านมา เพราะอาบีคิดว่าพวกคุณกันรวมหัวกันเพื่อที่จะให้เขาเลิกรากัน คุณกันเล่าต่ออีกว่า อาบีทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหานักสืบ ไปจ้างนักเลง ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะหาตัวอาเอให้เจอ แต่โชคดีของอาเอ ที่หาตัวยังไงก็หาไม่พบ

ช่วงนั้นอาบีจิตหลอนหนัก เหมือนกับว่ามีคนบ้าอยู่ในบ้านยังไงยังงั้น แกเดินรอบบ้านแล้วตะโกน มันอยู่ไหน! มันอยู่ไหนวะ! และทุกวันนี้อาบีแกก็เสียสติไปเลย ส่วนอาเอทุกวันนี้ก็กลับมาอยู่ที่หมู่บ้านของคุณกัน และมีครอบครัวใหม่ไปแล้ว