คืนเก็บตัว

ย้อนไปเมื่อสมัยที่ลุงยังเรียนอยู่มัธยมต้น ขณะนั้นลุงเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนตั้งแต่ม.1-ม.3 ประวัติด้านกีฬาของลุงนี้ ทางโรงเรียนเกือบจะจารึกใว้เป็นประวัติศาตร์ของโรงเรียนได้เลย แทบจะทำรูปอนุสรณ์ให้น้องๆรุ่นหลังอย่าได้จดจำ…555…ลุงมีฉายาว่าเร็วกว่านรก บางทีไม่ถึงนาทีก็เสร็จ ยื๊ยๆๆ เนื่องจากลุงเป็นคนตัวเล็กถนัดซ้าย จึงได้รับหน้าที่ปีกซ้ายตัวจี๊ดเลย…(สมัยก่อนเล่นเป็นประตู โคตรเหนี่ยว ใครยิงมายังไงเซฟได้หมด ยกเว้นลูกโด่ง 555 กระโดดไม่ถึง อาจารย์เลยย้ายให้มาเล่นปีกแทน) ก็อย่างที่บอกลุงเป็นประวัติศาตร์ของโรงเรียน เล่นบอลตั้งแต่ม.1 ยัน ม.3 ยิงได้…แท็น แท่นแท๊นๆๆๆๆๆ 1 ประตู โถ่ ชีวิต…555…เอาล่ะมาเข้าเรื่องกัน…เมื่อตอนที่อยู่ ม.1 ปีนั้นพวกลุงได้ไปเล่นบอลที่อำเภอและได้อันดับ2 ในรุ่นอายุ13ปี กลับมา…ซึ่งมีสิทธ์ได้เข้าไปเตะระดับจังหวัด เป็นครั้งแรกที่ทีมจากโรงเรียนบ้านนอกแบบเราๆได้ไปเตะระดับจังหวัด พวกรุ่นพี่ ม.3 นี้มองพวกลุงแฮมเมอร์เลย(ค้อน)…. อิๆๆ โอ้โอ้ เป็นอะไรที่โก้มาก …สาวๆนี้กรี๊ดกันใหญ่(ลุงเอาไม้ไปแหย่เปิดกระโปรงเพื่อน อิๆ)พวกผู้ใหญ่จึงจัดแจงให้มีการเก็บตัวฝึกซ้อมกัน โดยมีทั้งหมด20กว่าคน กินอยู่ที่โรงเรียนกันเป็นเวลา1เดือน จนถึงวันสุดท้ายที่เก็บตัว รุ่งเช้าพวกเราต้องออกเดินทางแต่เช้าเพื่อไปแข่งขันที่เมืองศรีสะเกษซิตี้ ตื่นเต้นๆ จนพากันนอนไม่หลับที่จะได้เข้าตัวจังหวัดเป็นครั้งแรกในชีวิต…ขณะที่นอนคุยกันอยู่นั้น ไอ้รุตน์ก็พูดขึ้นว่า…เฮ้ยพวกมึงไปดูผีที่ต้นไทรใหญ่มั้ย…อืม ลืมบอกไป ที่หลังโรงเรียนของลุงมีต้นใทรใหญ่ประมาณ 8-10คนโอบ ซึ่งเขาลือกันว่าผีดุ ขนาดครูใหญ่จ้างให้คนไปตัดยังไม่มีใครกล้าไปตัดเลย……เฮ้ย ไอ้ดามึงไม่ไปเหรอ….ฮึ ไม่อ่ะเด่วพรุ่งนี้เดียวเตะบอลไม่ใหว…ป๊อด นี้หว่า…เปล่าป๊อด กูห่วงหน้าที อิๆๆ แล้วเอาผ้าห่มคลุมโปง…สรุปพวกมันไปล่าท้าผีกัน5คน โดยมีไอ้รุตถือไฟฉายใส่ถ่านตรากบเดินนำหน้า….ผ่านไปสัก30นาทีก็พากันวิ่งกระหืดกรหอบกลับมา เอาผ้าห่มคลุมโป่ง ด้วยความง่วงจึงไม่มีใครสนใจอะไร…เช้ามาพากันจับไข้ เลยอดไปแข่งกับเพื่อนๆ…หลังจากกลับจากแข่งบอล จึงได้ถามไอ้รุตว่าไปเจออะไรมา มันบอกว่า เมื่อมันส่องไฟขึ้นไปพวกมันก็เห็นตากะยาย นั่งห้อยขาเคี้ยวหมากอยู่ บนต้นไทร แล้วแกก็ยิ้มให้ ยิ้มอิท่าใหนไม่รู้ปากฉักถึงใบหู เห็นแค่นั้นกะเเล่น เปิดอาดลาด พากันถิ่มฮอดเกิบ…เฮ้อๆๆ เสียดายว๊ะที่ไม่ได้ไปเตะบอลกับพวกมึง…มึงอย่าเสียดายไปเลยไอ้แดง อย่างน้อยๆมึงก็ยังมีข้าวกิน เฮ้ยไม่ใช่..แล้วลุงก็เล่าเหตุการณ์ ที่เหมือนฝ่านรกทั้งเป็นให้ฟัง…ทีมที่เราจะเจอเป็นทีมในตัวเมืองศรีสะเกษ ลุงซาบซึ่งแล้วว่าเด็กบ้านนอกกับเด็กในเมืองแตกต่างกันขนาดใหนขณะที่ยืนประจันหน้ากันกลางสนามเปลวไฟความมุ่งมั่นของลุงแทบสลายหายไป แม่งใส่รองเท้าสตั๊ด กันทุกคน พวกลุงเหรอ ตีนเปล่านี้ล่ะคับ เสื้อทีมเป็นเสื้อผ้ามันอย่างดี พวกลุงเสื้อยืดเก่าๆสกรีนโลโก้ ที่ใส่กันมารุ่นแล้วรุ่นเล่าจนกว่าจะขาด โอ้ยร้นทด สรุปผลวันนั้นพวกเรากลับมาแบบสบักสบอม ขาแตก แข้งแตกกันเป็นแถบๆเพราะโดนสตั้ด11ประตูต่อ0พูลสวัสดิ์ มันเอาไปแบ่งกันคนล่ะลูก พวกเราได้ไข่ 555 แต่ก็ดีใจน่ะที่ได้มีโอกาสเขาเมืองได้ประสบการณ์ชีวิต ปีต่อมาคุณครูที่ไปดูพวกเรา ท่านสงสารจึงได้ขอทุนมาซื้อรองเท้าสตั้ด ถุงเท้าให้คนล่ะคู่ สมัยนั้นยิห้อตราไก่มั้งถ้าจำไม่ผิด คู่ล่ะ150 บาทโคตรแพง (สมัยนั้นพวกใหญ่ทำงานรับจ้างวันล่ะ40 บาท) หลังจากที่เรียนจนหลาย10ปีต่อมาลุงได้กลับไปเยี่ยมโรงเรียนอีกครั้งพบว่าต้นไทรต้นนั้นโดนโค่นเป็นที่เรียบร้อย..กลายเป็นห้องสมุดแทนและมีศาลเล็กๆตั้งอยู่ด้านหลังห้องสมุด…มีคนเล่าให้ฟังว่าครูใหญ่ได้ไปว่าจ้างคนต่างถิ่นมาตัด ตอนลงเลื่อยสัมผัสต้นไทรเนื้อไม้กระทบกับเลื้อยไฟฟ้า เกิดเป็นเสียงคล้ายคนกรีดร้อง โหยหวนด้วยความเจ็บปวด ขณะที่ต้นไทรกำลังจะล้มได้มีลมพัดมาแรงมากทำให้ต้นไทรเปลี่ยนวิถีตีกลับมาทับคนตัดต้นไทรตายคาที…หลังจากนั้นครูใหญ่ กลัวเกิดอาเพทขึ้นกับตัวเองมั้ง จึงทำพิธีขอขมา แล้วอัญเชิญสิ่งที่มองไม่เห็น( คาดว่าน่าจะเป็น ตากับยาย) ที่สิงสถิตย์อยู่ที่ต้นไทรให้มาอยู่ที่ศาลแทน…จบล่ะ…