การล้างแค้นของพัดชา

“ภูมิถ้าคุณไม่กลับมารักฉัน ฉันจะฆ่าตัวตาย!” ผมหน้าซีดมือสั่นเมื่อได้ยินคำขู่จากพัดชาแฟนเก่า เธอเป็นคนพูดจริงทำจริง “แต่ผมทิ้งโบว์ไม่ได้ คุณก็รู้ว่าผมจะแต่งงานกับโบว์เดือนหน้า โรงแรมจัดงานก็จองแล้ว การ์ดก็แจกไปหมดแล้ว” ปลายสายเงียบไป ผมละอายเพราะผมเป็นคนผิดแต่เพียงผู้เดียว ผมกับพัดชารักกันมา 7 ปีจนเราเกือบจะได้แต่งงานกัน ถ้าผมไม่นอกใจไปหลงรักโบว์เด็กฝึกงานในบริษัท แน่นอนว่าของใหม่กลิ่นมันก็ต้องหอมกว่าของเก่าอยู่แล้ว “นั่นมันเรื่องของคุณ เงินที่คุณใช้แต่งงานมันก็เป็นเงินที่เคยเก็บไว้จะแต่งกับฉัน ไม่ใช่อีนั่น!” “ก็นี่ไง คุณกลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ผมจะรักคุณลงได้ยังไง” “ฉันอารมณ์ร้ายก็เพราะคุณมีชู้ต่างหาก!”

หลังพัดชาตัดสายผมก็ตกใจรีบเปิดเฟซบุ๊ก พัดชากำลังไลฟ์สดต่อหน้าเพื่อนเป็นร้อย เบื้องหลังเธอคือเชือกที่ผูกลงมาเป็นบ่วงเหนือเก้าอี้ เธอถลึงตาราวกับมองเห็นผมผ่านหน้าจอได้ “ไอ้ภูมิคนหลายใจ หลังฉันตายกลายเป็นผีฉันจะแก้แค้นคุณกับนังโบว์ให้เจ็บปวดที่สุด!” เพื่อนๆ พยายามพิมพ์ข้อความห้ามแต่ไม่เป็นผล ผมนั่งนิ่งตัวแข็งมองดูเธอเหยียบขึ้นไปบนเก้าอี้ราวกับนักกีฬาขึ้นไปรับรางวัล หากแต่มันเป็นรางวัลที่เรียกว่าความตาย เธอคล้องคอเข้าไปในเชือก ยิ้มอย่างพอใจหรือไม่ก็พอกันทีกับชีวิต แล้วเธอก็ถีบเก้าอี้ล้ม ตึง! ผมเห็นเธอตะเกียกตะกายทรมานอยู่กลางอากาศ ผมปิดหน้าจอเพราะทนดูไม่ได้ แล้วผมก็ร้องไห้

“ไม่ได้นะคะ พี่ภูมิจะยกเลิกงานแต่งงานของเราไม่ได้ ไม่งั้นโบว์ขายหน้าตายเลย” ผมนั่งตาแดงก่ำต่อหน้าโบว์ว่าที่ภรรยาที่บัดนี้กลายเป็นนางร้าย “พัดชาเขาฆ่าตัวตายเรียกร้องความสนใจ เราไม่ได้บังคับให้เขาทำเสียหน่อย พี่ภูมิแค่จะไปงานศพคืนนี้ก็ให้เกียรติเขามากพออยู่แล้ว” “โบว์จะไปงานศพกับพี่ไหม?” “ไปให้พ่อแม่เขาลากไปตบหน้าโลงเหรอคะ พูดโง่ๆ พี่ภูมิไปคนเดียวเถอะค่ะ”

ในงานศพผมพยายามเดินตัวลีบเล็กที่สุด รู้สึกได้ถึงสายตาอาฆาตจากเพื่อนและญาติของพัดชา ทุกคนต่างรู้ดีว่าพัดชาตายเพราะผู้ชายหลายใจอย่างผม โดยเฉพาะพ่อเธอที่เหมือนอยากฉีกเนื้อผมเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแต่ต้องเก็บอาการไว้ หลังผมปักธูปไหว้ศพเสร็จกรอบรูปขาวดำหน้าโลงก็หล่น เพล้ง! เศษแก้วกระเด็นมาบาดมือผม ผมกดแผลแต่เลือดกลับไหลไม่หยุดจนผมกลัวว่าเลือดจะออกจนหมดตัวตาย แต่เมื่อแม่ของพัดชาหาผ้าขาวมาปิดแผลให้เลือดก็ค่อยๆหยุดไหลเอง พลันที่ผมเงยหน้าขึ้นก็เห็นพัดชายืนจ้องผมด้วยสายตาเคียดแค้น ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยเลือดนอง เธอค่อยๆก้าวเข้ามาหาผม ผมอ้าปากค้างแต่ดูจะไม่มีใครเห็นเหมือนผม แต่พอผมกะพริบตาผีพัดชาก็หายไป ผมรีบลาทุกคนแล้วเผ่นออกจากงานศพทันที

ในที่สุดงานแต่งงานของผมกับโบว์ก็มาถึงในโรงแรมที่ผมกับพัดชาเคยวาดหวังไว้ด้วยกัน ที่นี่หรูหราสวยงามราวกับสวรรค์ เหนือเวทีมีโคมไฟคริสตัลระยิบระยับอันใหญ่แขวนอยู่ ระหว่างที่เรายกมือไหว้แขกเหรื่อที่ทยอยเข้ามาผมก็กังวลว่าวิญญาณพัดชาจะไม่รามือง่ายๆ ในที่สุดพิธีกรซึ่งเป็นเพื่อนสนิทผมก็เชิญผมกับโบว์ขึ้นไปบนเวที นักการเมืองท้องถิ่นที่เราเคารพกล่าวอวยพรให้เราทั้งคู่มีชีวิตสมรสที่เต็มไปด้วยความสุข ผมเงยหน้ามองโคมไฟคริสตัลที่โยกไปมาเล็กน้อยกลัวว่ามันจะหล่นลงมา แต่พอกะพริบตาก็เห็นศพของพัดชาห้อยโตงเตงลงมาจากโคมไฟนั้นเหมือนตอนที่เธอผูกคอตาย! ผิวหนังสีขาวซีด ดวงตาสีดำสนิทพร้อมมีเลือดไหลออกมาแทนน้ำตา ผียิ้มให้ผม เลือดหยดแหมะจากคางผีลงมาบนหน้าผากผมอย่างจัง ด้วยความตกใจผมรีบพุ่งกระโดดคว้าตัวโบว์แล้วไถลไปพร้อมกัน ทันใดนั้นโคมไฟคริสตัลก็หล่นลงมาแตกในจุดที่เราสองคนเคยยืนอยู่ ถ้าผมช้าไปไม่กี่วินาทีผมกับโบว์อาจตายไปแล้วก็ได้

“พี่ภูมิเมื่อไหร่จะหาหมอผีมาจัดการผีอีพัดชาซะ! จะรอให้มันมาหักคอเราสองคนก่อนเหรอ” หลังแต่งงานโบว์ก็กลายเป็นนางยักษีอย่างสมบูรณ์ ทั้งจู้จี้ ขี้บ่น เอาแต่ใจ ใช้เงินเก่ง “พี่แปลกใจว่าเหมือนวันนั้นพัดชาพยายามช่วยให้เราสองคนรอดจากโคมไฟหล่นใส่หัวนะ” “พี่เป็นบ้าอะไร มันเป็นผีไปแล้วพี่ยังเข้าข้างมันอีกเหรอ? พี่รีบๆจัดการมันเลยนะ เพื่อครอบครัวเราทั้ง 3 คน” ผมทำหน้างง “3 คน โบว์หมายความว่ายังไง?” “หนูท้องได้ 2 เดือนแล้ว ลูกของเราไงล่ะคะ” ผมดีใจกอดภรรยาแล้วยกจนตัวลอย ผมอยากมีลูกมานานแล้ว ผมวาดฝันว่าลูกตัวน้อยๆของเราหัดเดิน เข้าโรงเรียนอนุบาล พ่อแม่ลูกจูงมือเดินไปด้วยกันอย่างอบอุ่น

เดือนต่อมา เมื่อผมลาพักร้อนกับบริษัทได้ก็รีบพาโบว์ไปเที่ยวทะเลตามที่เธอต้องการ ผมเชื่อว่าถ้าแม่มีความสุขลูกในท้องก็จะสุขภาพจิตดีตามไปด้วย พวกเรานั่งเรือเพื่อไปยังเกาะแห่งหนึ่งซึ่งขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายงามขาวสะอาดและเล่นน้ำกันทั้งวัน ขากลับตอนค่ำระหว่างที่โบว์กำลังนั่งกางแขนรับลมที่หัวเรือ ผมก็เห็นผีพัดชาอยู่ในเงามืดใต้หลังคาเรือในส่วนลึกสุด! สายตาเธอราวกับอสูรที่พบเหยื่อ ผมยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก ถ้าผีพัดชาฆ่าพวกเราจะทำยังไง ผมพูดในใจ “พัดชา ผมขอโทษ อย่าทำอะไรเราพ่อแม่ลูกเลย” แม้ผีไม่ตอบแต่ผมก็รู้ว่าจิตผมสื่อไปถึงได้ ผีชี้นิ้วลงที่พื้นแล้วค่อยๆเลือนหาย ผมตั้งสติสักพักแล้วกล้าๆกลัวๆเดินเข้าไป แล้วผมก็เจอมือถือของโบว์ตกอยู่ แต่แทนที่ผมจะเอาไปคืนภรรยาลางสังหรณ์กลับบอกให้ผมเช็คไลน์ของเธอ แล้วผมก็พบกับข้อความที่แทงหัวใจอย่างไม่ปรานี

“ที่รักจ๋า ที่เราแอบมีอะไรกันไอ้ภูมิมันยังไม่รู้ใช่ไหม” “ยังจ้ะ มันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่อยู่ในท้องหนูไม่ใช่ลูกมัน” “เราจะปิดเป็นความลับไว้อีกนานแค่ไหน” “ก็ให้มันช่วยออกเงินเลี้ยงลูกก่อน พอลูกโตค่อยหย่า” “แล้วเมื่อไหร่เราจะได้อยู่ด้วยกันล่ะ” “รอจนหนูสูบเงินจากมันมาได้เยอะๆก่อน ตอนหย่าจะได้แบ่งสินสมรสมาด้วย รอก่อนนะตัวเองอดเปรี้ยวไว้กินหวานไง” ผมโกรธจนแทบอยากกระทืบมือถือให้พังคาตีน ที่แท้ผมก็โดนอีโบว์สวมเขามาโดยตลอด หน่อยนังวันทองสองใจ แต่ไม่ทันที่ผมจะได้อาละวาดก็เกิดพายุฝนตกหนัก เรือโคลงเคลงไปซ้ายทีขวาทีอย่างน่ากลัว ฝนสาดซัดเข้าเต็มเรือ ไม่ไกลได้ยินเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังลั่น

มีใครคนหนึ่งพูดว่าเรือกำลังจะจม ว่าแล้วก็เกิดความชุลมุนขึ้น ต่างคนต่างแย่งเสื้อชูชีพที่มีอยู่จำกัดเพราะเจ้าของเรือเห็นแก่ได้รับผู้โดยสารเกินกว่าจำนวนเสื้อชูชีพ ผมมองหาโบว์ที่ถูกคนชนไปมาท่ามกลางความสับสน “อย่าชนเมียผมครับ เธอกำลังท้อง“ ผมรีบฝ่าฝูงชนเข้าไปหาโบว์เธอดูตกใจและหวาดกลัว ไม่ทันที่ผมจะได้ปลอบใจเธอเรือก็ล่ม ผมกับเธอตกลงไปอยู่ในน้ำทะเลบ้าคลั่ง หลายๆคนที่มีเสื้อชูชีพต่างเอาตัวรอดไม่สนใจใคร ตัวผมว่ายน้ำแข็งแต่โบว์ว่ายน้ำไม่เป็นเลย มรสุมขนาดนี้เราสองคนจะกอดกันจมน้ำตายแน่ๆ อย่างน้อยถ้ามีเสื้อชูชีพสักตัวเราอาจจะมีโอกาสรอดชีวิตก็ได้

“ฉันเก็บเสื้อชูชีพไว้ให้แล้ว เอาไปใช้สิ” ผีพัดชายืนเป็นเงามืดอยู่เหนือคลื่นน้ำที่กระเพื่อมราวปีศาจร้าย เสื้อชูชีพ 2 ตัวลอยออกมาจากใต้ท้องเรือมาหาพวกเราด้วยอำนาจแห่งผี ผมกับโบว์ไม่มีเวลาคิดนอกจากต้องเอาชีวิตรอดไว้ก่อน ในที่สุดเมื่อพายุฝนสงบลงก็มีเรือจากฝั่งแล่นมาช่วย เป็นอันว่าผม โบว์ และลูกชู้ในท้องก็รอดชีวิตมาได้ด้วยความช่วยเหลือของผี

หลังรอดชีวิตมาได้ผมก็ขับรถพาโบว์กลับบ้านทันที แน่นอนว่าผมไม่พูดอะไรกับนังผู้หญิงสำส่อนแม้แต่คำเดียว ในหัวผมเต็มไปด้วยความสับสน เศร้า โกรธ ทุกอย่างปนเปกันไปหมด ในใจอยากจะเลิกกับมันให้รู้แล้วรู้รอดในวินาทีนี้เลยด้วยซ้ำ เมื่อโบว์นอนแล้วผมก็เดินไปยังห้องเก็บของที่มืดและเงียบ

“พัดชา ผมรู้ว่าคุณอยู่แถวนี้ ช่วยปรากฏตัวให้ผมเห็นทีเถอะ” เมื่อผมพูดจบอากาศก็เย็นลงทันทีอย่างน่าตกใจ ขนทั่วร่างลุกด้วยความกลัวที่แล่นไปอย่างฉับพลัน ผีพัดชาค่อยๆเดินออกมาจากเงามืด เธอยังคงเหมือนตอนที่ยังมีชีวิต เว้นแต่ดวงตาที่ดำสนิทไร้ความรู้สึกใดใด สีผิวที่ขาวซีดแต่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแตกระแหงสีดำ ริมฝีปากม่วงคล้ำ เธอใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวซึ่งเป็นชุดที่เธออยากใส่ที่สุดแต่ไม่มีโอกาสราวกับต้องการประชดผมที่ทิ้งเธอไป “ผมอยากขอบคุณคุณมากนะที่ช่วยผมกับโบว์ไว้ถึง 2 ครั้ง ทั้งๆที่ผมเป็นฝ่ายนอกใจคุณก่อน” ผีพัดชาเดินเข้ามาใกล้ผม ผมอยากถอยหนีแต่กลัวจนก้าวขาไม่ออก กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนหมาตายโชยเตะจมูกจนอยากอ้วก แล้วผีก็กระซิบที่ข้างหูผม

“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกภูมิ ฉันไม่ได้ช่วยคุณ ฉันกำลังแก้แค้นอย่างเจ็บปวดที่สุดอย่างที่ฉันเคยพูดไว้ก่อนตายต่างหาก” ผมยืนงง หรือผมฟังอะไรผิดไป “คุณหมายความว่ายังไง?” ผีจับมือผมมากุมไว้เหมือนตอนที่เราเคยรักกัน หากแต่มือคู่นี้ไร้แล้วซึ่งความอบอุ่น “การแก้แค้นอย่างที่หนึ่ง การที่เราทรยศต่อคนที่รักเรา แต่คนคนนั้นยังเลือกจะช่วยเหลือเรา มันไม่รู้สึกผิดจนแทบบ้าหรอกเหรอ และฉันได้สร้างตราบาปนี้ไว้ในหัวใจคุณตลอดชีวิตแล้ว” ผมน้ำตาไหลพรากนึกย้อนอดีต 7 ปีที่เราเคยรักกัน พัดชารักและทำดีต่อผมไม่เคยเสื่อมคลาย แต่ผมก็ยังหักหลังเธอได้ลงคอ ผมมันต่ำยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก

“การแก้แค้นอย่างที่สอง ฉันช่วยชีวิตคุณกับนังโบว์ก็เพื่อให้ได้กลับมาใช้ชีวิตคู่อันแสนทรมานทรกรรมด้วยกันไปตลอดชีวิต” ผมรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาด ผมพูดตะกุกตะกัก “ไม่ พรุ่งนี้ผมจะหย่ากับโบว์ ผมไม่ต้องการเด็กที่ไม่ใช่ลูกผม” ผีพัดชาหัวเราะราวกับสมเพชผมเสียเต็มประดา “คุณหย่าไม่ได้หรอก ถ้าคุณหย่า นังโบว์ก็จะโพนทะนาว่าคุณเป็นพ่อที่เลวไม่ยอมเลี้ยงดูลูกตัวเอง” “ผมจะตรวจดีเอ็นเอให้เห็นว่ามันไม่ใช่ลูกผม” “นังโบว์จะยอมตรวจให้คุณไหมล่ะ ถ้าคุณบังคับมันให้ตรวจ มันก็แค่หนีไปอยู่กับชายชู้ และเอาคุณไปนินทาได้ตลอดชีวิตว่าเป็นผัวที่ห่วยแตก ไหนจะชื่อเสียงของพ่อแม่วงศ์ตระกูลคุณจะต้องป่นปี้ ฮ่าๆๆๆ” ผมกำหมัดแน่น โกรธเคืองในความหลงผิดและความโง่ของตัวเอง ผีพัดชายังพูดไม่หยุด “แต่ถ้าคุณเลือกจะรักษาครอบครัวเพื่อรักษาหน้าตาในสังคม คุณก็ต้องทนกับสันดานธาตุแท้ของนังโบว์ที่คุณก็ได้เริ่มรู้แล้วว่ามันเลวยังไง อ้อ คุณต้องระวังด้วยนะว่าอีโบว์จะร่านหนีไปเอากับชายชู้เมื่อไหร่”

ผมทรุดลงคุกเข่า น้ำตาไหลจนไม่รู้จะไหลยังไง “พัดชา คุณฆ่าผมเถอะ อย่าให้ผมตายทั้งเป็นอย่างนี้เลย ฮือๆๆๆ” ผีพัดชากอดผมอย่างเยือกเย็นที่สุด “ไม่ ฉันจะปล่อยให้คุณมีชีวิตอยู่ ฉันอยากให้คุณมีอายุที่ยืนยาว ฉันจะเฝ้าคอยดูความฉิบหายในชีวิตคุณอย่างมีความสุข ฮ่าๆๆๆ” ผีพัดชาค่อยๆสลายไปกลายเป็นสายลม เหลือเพียงตัวผมที่แสนโดดเดี่ยว ว่างเปล่า และหัวใจที่ถูกย่ำยีจนแหลกสลาย…