ห้องสุดท้าย !! โรงเรียนดังย่านบางนา

เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องราวจากน้องเล็ก ที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ให้ผมฟัง ประสบการณ์ที่น้องเล่าให้ผมฟังมันเกิดขึ้น ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางนา น้องเล็กเล่าว่าในสมัยที่น้องเรียนอยู่นั้น น้องอยู่ช่วงเรียน ม.6 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการเรียนมัธยม น้องเล่าเรื่องประสบการณ์ที่ไม่เคยลืมให้ผมฟังว่า โรงเรียนที่น้องเรียนอยู่นั้นเป็นโรงเรียนเก่าที่เปิดมานาน น้องเข้าไปเรียนตอน ม.4 ก็ได้เริ่มทำความรู้จักกับเพื่อนๆ จนสนิทสนมกันตามประสาเด็ก

วันนั้นก็เหมือนปกติของทุกวัน พวกน้องเล็กก็ไปหาที่เล่นกระโดดยางกันตอนพักเที่ยง แต่เล่นไปได้ซักพัก ก็มีภารโรงประจำโรงเรียนเดินเข้ามาหา แล้วบอกว่า ” หลังอาคารเรียนสุดท้ายมีห้องน้ำเก่าอยู่ พยายามอย่าเข้าไปใช้นะ ” น้องเล็กก็ถามว่า ” ทำไมถึงไม่อยากให้เข้าไปค่ะ ” ภารโรงก็บอกว่า ” ถ้าไม่จำเป็น อย่าไปเข้าดีที่สุด ขนาดตอนกลางวันยังไม่มีใครกล้าเข้าไปเลย ” กลุ่มเพื่อนๆ และน้องเล็กก็สงสัยว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ เลยขอร้องให้ภารโรงเล่าให้ฟังด้วยความอยากรู้ น้าภารโรงชูแขนที่ขนลุกชูชันขึ้นมาให้เด็กๆ ดู ก่อนที่จะบอกว่า ” พูดแล้วขนลุก ”

แล้วน้าภารโรงก็เล่าให้กลุ่มพวกน้องเล็กฟังว่า คือตอนนั้นน้าเข้ามาทำงานใหม่ๆ ที่นี่ก็ดูเหมือนไม่มีอะไรเพราะน้าเป็นคนชอบทำงาน แต่มีอยู่วันนึงได้รับมอบหมายให้เข้าไปไปล้างห้องน้ำหลังอาคาร พอน้าทำอะไรเสร็จ ก็เข้าไปทำความสะอาดช่วงประมาณสามโมงเย็น ตอนที่น้าทำถึงห้องที่สอง ก็ได้ยินเสียงคนเดินผ่านเข้าไปห้องน้ำด้านใน สักพักก็มีเสียงปิดประตูหลังจากนั้นก็เงียบไป น้าก็ไม่ได้สนใจอะไร รีบๆทำให้มันเสร็จ พอถูเสร็จก็ราดน้ำ ตอนที่ราดน้ำล้างพื้นอยู่ ก็ได้ยินเสียงห้องสุดท้ายราดน้ำตามมาเหมือนกัน พอน้าเดินออกมาจากห้องที่สอง ก็ยังเห็นห้องสุดท้ายปิดอยู่ น้าเห็นว่าเหลือห้องเดียว แถมมีคนเข้าอยู่ คงไม่เป็นไรหรอก เลยตะโกนบอกว่า ราดน้ำให้สะอาดนะ พอสิ้นเสียงน้าก็ได้ยินเสียงเคาะขันสองทีแล้วก็เงียบไป แต่น้าก็ไม่ได้สนใจอะไร

จนวันที่สอง น้าก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้มาล้างห้องน้ำอีก ตอนเข้ามาก็เห็นห้องน้ำห้องสุดท้ายปิดอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็ล้างห้องน้ำไปเรื่อยๆ จนมาถึงห้องสุดท้ายมันยังปิดอยู่ น้ากะจะเอามือดันประตูเข้าไป พอเอื้อมมือจะถึงประตู ก็ได้ยินเสียงไอดังขึ้นมาจากข้างใน น้าก็ตกใจ เลยพูดว่า ” อ่าวมีคนอยู่หรอ ” แต่ก็ไม่ได้มีเสียงตอบกลับมา น้าก็เลยล้างอ่างล้างหน้า หน้าห้องที่สามรอ ล้างสักพักเสียงไอก็ดังขึ้นอีก น้าก็งงๆว่าทำไมเข้าห้องน้ำนานจัง แล้วก็มีเสียงราดน้ำตามมา น้าเลยคิดว่าคงจะเสร็จแล้ว ก็หันกลับเช็ดกระจกรอ รอไปสักพักก็ยังไม่เห็นมีใครออกมา น้าเลยถามว่ายังไม่เสร็จหรอ แปปเดียวก็เสียงเปิดน้ำไหลจ๊อกๆดังขึ้น น้าเลยตะโกนเข้าไปว่า ” ถ้าเสร็จแล้ว ราดน้ำให้สะอาด แล้วอย่าลืมปิดน้ำด้วยนะ ” แล้วก็เดินออกมา เพราะน้าต้องไปเก็บขยะรอบโรงเรียนอีก

ถัดจากนั้นอีกสองวัน ทางโรงเรียนจะมีการประชุมผู้ปกครอง ผอ. เลยสั่งให้น้ามาทำความสะอาดตั้งแต่เช้ามืด พอเวลาตีห้ากว่าๆ น้าก็ออกจากบ้านไปโรงเรียนตามปกติ กวาดบนอาคารเรียบร้อย ไล่ทำความสะอาดมาเรื่อยๆ จนมาถึงห้องน้ำหลังอาคาร ประมาณเกือบ 7 โมงแล้ว น้าก็มองไปที่ห้องน้ำห้องสุดท้าย ก็เห็นห้องน้ำเปิดอยู่ ก็คิดในใจว่าวันนี้คงจะได้เข้าไปล้างซะที น้าเข้าไปล้างห้องน้ำเริ่มจากห้องที่หนึ่ง มาห้องที่สอง ก็ได้ยินเสียงประตูห้องสุดท้ายปิดดังปัง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร คิดว่าเด็กๆ คงเริ่มทยอยมาโรงเรียนกันแล้ว เลยตะโกนไปว่า ” ปิดเบาๆ สิไอ้หนู เดี๋ยวประตูพังหมด ” พอสิ้นเสียงน้าก็มีเสียงไอแห้งๆ ดังออกมาจากห้องสุดท้าย พอล้างห้องที่สองเสร็จ น้าก็ออกมาล้างกระจกหน้าห้องน้ำต่อ พอล้างมาถึงห้องสุดท้าย ก็ได้ยินเสียงขันร่วงลงพื้นดังโครม น้าก็ตกใจเลยหันไปมอง ก็ไม่มีอะไร แต่พอหันหน้ามาที่กระจก น้าก็เห็นหน้าคนเป็นหน้าผู้หญิง ก้มลงมามองลอดช่องประตูห้องน้ำ น้าเห็นเพียงครึ่งหน้าเท่านั้น แต่หน้ามันเขียวคล้ำไปหมด น้ายืนตัวชาเย็นเฉียบ หน้านั้นค่อยๆ เงยขึ้น น้าก็ค่อยๆ เขยิบเดินออกมา แต่เดินยังไม่พ้นห้องที่หนึ่ง เสียงกลอนประตูห้องสุดท้ายก็ลั่นเปิดออก น้าหันไปดูอยู่พักนึง ก็ไม่เห็นใครเดินออกมา น้าก็กล้าๆ กลัวๆ เดินเข้าไปดู พอไปถึงหน้าห้องสามก็เอามือผลักเข้าไป แต่พอประตูเปิดออกเท่านั้นแหละ น้านี่ขนหัวลุกเลย เพราะห้องนั้นเป็นห้องเก็บไม้กวาดกับอุปกรณ์ทำความสะอาด แล้วก็มีโถส้วมเก่าๆ ทิ้งไว้ น้ายืนตะลึงอยู่ครู่นึง ก็มีเสียงโครม! ดังมาจากบนหลังคา เท่านั้นแหละน้าวิ่งออกมาอย่างเร็ว หลังจากนั้น พอน้าล้างมาถึงห้องที่สอง น้าก็เดินออกมาทันที….

พวกน้องเล็กฟังน้าภารโรงเล่าก็ขนลุก จนผ่านไปหลายเดือนทุกคนก็ลืมเรื่องเล่าที่น้าภารโรงเล่าให้ฟัง จนทางโรงเรียนจัดให้มีการเข้าค่ายลูกเสือเนตรนารีภายในโรงเรียน ทางโรงเรียนก็จัดให้นักเรียนชายนอนเต้นท์ และนักเรียนหญิงนอนบนอาคาร ซึ่งติดกับห้องน้ำด้านหลังสุด

วันเข้าค่ายวันแรกน้องเล็กและเพื่อนๆ ครูก็จัดห้องให้เนตรนารีได้นอนเป็นห้อง ห้องละสองหมู่ พวกน้องเล็กได้อยู่ห้องที่ตรงกับห้องน้ำพอดี แต่น้องก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว พอเก็บสัมภาระเสร็จเรียบร้อย น้องก็ลงไปทํากิจกรรมตามปกติจนถึงสี่ทุ่ม เสร็จกิจกรรมก็สวดมนต์แยกเข้าห้องนอน น้องกับเพื่อนนอนหันหัวไปทางทิศเหนือ ซึ่งห้องน้ำอยู่ทางปลายเท้า การนอนในคืนแรกน้องบอกว่าเหมือนจะหลับๆ ตื่นๆ นอนไปได้ซักพักก็ได้ยินเสียงจากหน้าต่างปลายเท้าดัง ” ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง “

น้องเล็กก็งัวเงียบลืมตาขึ้นมา ตอนนั้นในห้องปิดไฟหมดแล้ว เหลือแต่เพียงด้านนอกเท่านั้นที่ยังพอมีแสงให้เห็นบ้าง น้องเล็กบอกว่า พอมองไปที่ปลายเท้า ก็เห็นหัวผู้หญิงลอยขึ้นลงเหมือนกระโดด แล้วเอาหัวเคาะกับคานไม้หลังคา หน้าดําคล้ำในตาแดง ตอนนั้นตกใจมาก รีบหันมาเรียกเพื่อนข้างๆ ให้ตื่น แต่พอเพื่อนตื่นมา น้องหันไปดูอีกทีก็ไม่เห็นแล้ว น้องนั่งขนลุกแต่ไม่กล้าเล่าให้เพื่อนฟัง ได้แต่นอนข่มตาหลับจนถึงตีห้ากว่าๆ เสียงนกหวีดก็ดังขึ้น เพื่อปลุกให้ทุกคนทำภารกิจส่วนตัว น้องเล็กก็ลุกไปทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ แต่ก็เก็บเรื่องเมื่อคืนที่เจอไว้ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง จนทํากิจกรรมผ่านไปด้วยความสนุกสนาน พอตกกลางคืนก็มีการแสดงรอบกองไฟ ซึ่งจัดด้านข้างอาคารเป็นสนาม มองเห็นห้องน้ำนั้นได้ชัดเจน และนี่คงเป็นคืนสุดท้าย ที่จะทำให้น้องและเพื่อนต้องจําไปอีกนาน !!

พอตกกลางคืน ก็ถึงเวลาเล่นรอบกองไฟ แต่ละกลุ่มต้องออกมาทําการแสดงตามเรื่องของกลุ่มตัวเองที่ซ้อมไว้ ตอนที่กลุ่มอื่นๆ แสดงละครกันอยู่ สายตาน้องเล็กก็มองไปทางห้องน้ำ น้องเล็กเห็นมีคนยืนอยู่ที่ตรงข้างห้องน้ำ แต่เห็นไม่ชัดนัก เพราะมันเป็นไฟสลัวๆ แต่รู้ว่าเป็นนักเรียนหญิงผมยาว เสื้อขาวลอยชายออกนอกกระโปรง ยืนมองมาทางน้อง น้องก็สะกิดเพื่อนข้างๆ ” เฮ้ยใครวะ ” ” ไหนอะ ” เพื่อนหันมามอง ” นั่นไง ยืนข้างห้องน้ำหลังอาคาร ” ” เออว่ะ สงสัยหมู่ใครคงลุกไปฉี่มั้ง ” พอพูดจบ นักเรียนหญิงคนนั้นก็ถอยหลังหลบเข้าไปในห้องน้ำ

หลังการแสดงรอบกองไฟจบทุกหมู่แล้ว ทุกคนก็สวดมนต์แล้วก็แยกย้ายกันเข้านอน พอตึกดึก น้องเล็กเกิดปวดท้องหนัก เลยชวนเพื่อนลุกไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อน ด้วยความปวดท้องมาก น้องเล็กเลยลืมเรื่องนั้นไป พอเดินไปถึงห้องน้ำ มันมีไฟแค่ดวงเดียว น้องเลือกที่จะเข้าห้องน้ำห้องแรก แล้วให้เพื่อนรออยู่หน้าห้อง

พอนั่งไปสักพัก ก็ได้ยินเสียงเพื่อนกรีดร้องดังลั่น พร้อมเสียงวิ่งออกไป น้องเล็กตกใจเรียกเพื่อน แต่ไม่มีเสียงตอบ แล้วน้องก็มองเห็นเงาดําๆ ลอดผ่านใต้ประตูห้องน้ำ เหมือนเดินไปเดินมา น้องรีบล้างก้นแล้วออกมาจากห้องน้ำ หันซ้ายหันขวามองหาเพื่อน แต่สายตามันไปสะดุดที่ห้องสุดท้าย เพราะมีขา ขานึงยื่นออกมา แล้วดึงกลับเข้าไปในห้องนั้น น้องตกใจขาแข็ง พยายามรวบรวมสติ แต่ตาเจ้ากรรมดันมองไปด้านบน เห็นหัวคนค่อยๆโผล่ขึ้นมาจนเลยคาง ใบหน้าผู้หญิงดําคล้ำ ในตาสีแดงเบิกโพลง มองมาทางน้อง เท่านั้นแหละขนหัว ขนแขน น้องลุกทั้งตัว น้องเล็กกรี๊ดแล้ววิ่งออกจากหน้าห้องน้ำทันที

ตอนที่วิ่งออกมา ก็มองเห็นเพื่อนยืนอยู่ข้างตึก พร้อมกวักมือเรียกน้องเล็ก ให้วิ่งมาเร็วๆ น้องวิ่งสุดขีดจนถึงเพื่อน ก็พากันวิ่งไปที่หน้าอาคารด้วยอาการสั่นเครือ พอมาถึงหน้าอาคารน้องเล็ก ก็ถามเพื่อนว่า

น้องเล็ก : มึงวิ่งหนีกูออกมาทําไม
เพื่อน : ไม่หนีห่าไรละ ใจกูแทบขาด กูเห็นผู้หญิงผมยาวหน้าดําปี๋ ตาแดงก่ำ โผล่หน้ามามองกูทางด้านบนห้องน้ำห้องสุดท้ายอะ
น้องเล็ก : กูก็เห็นแบบมึงนั่นแหละ ค่อยๆ โผล่มา กูขนลุกเลย แถมอยู่คนเดียวด้วย
น้องเล็ก : แล้วตอนกูวิ่งออกมา มีไรวะ
เพื่อน : ตอนที่มึงวิ่งออกมาอ่ะ กูเห็นผู้หญิงตาแดงก่ำ วิ่งตามหลังมึงมา แต่พอมึงวิ่งจะถึงกู ผู้หญิงคนนั้นก็หายไปทางหลังมึง กูเห็นมันเอื้อมมือจะจับหลังมึงอยู่แล้ว

สักพักก็มีครูก็เดินมา แล้วถามว่ามาทำอะไรกันดึกดื่น ให้ไปนอนได้แล้ว น้องเล็กกับเพื่อนก็บอกว่า ” พวกหนูไปเข้าห้องน้ำมา แล้วโดนผีหลอก ” ครูก็บอกว่า ” ผีที่ไหนกัน ไม่มีหรอก ไปนอนได้แล้ว ” น้องเล็กกับเพื่อนก็เลยก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

จนเช้าวันถัดมาก็ถึงวันที่ทุกคนเตรียมตัวกับบ้าน น้องเล็กกับเพื่อนจึงได้เข้าไปถามครูที่ใกล้เกษียณอายุคนนึง ครูก็เล่าให้ฟังว่า ” ก่อนปิดเทอมสามปีที่แล้ว มีนักเรียนเข้าไปทําแท้งแล้วตาย ไม่มีใครรู้ จนภารโรงไปเจอเพราะเข้าไปทําความสะอาด แต่ตายมาได้สองวันแล้ว นอนหน้าดําเพราะร้อนตาเหลือก ตัวเริ่มบวม หลังจากเอาศพออกไปได้ไม่กี่วัน ภารโรงคนเก่าก็ลาออก เพราะไปเข้าห้องน้ำห้องที่ติดกับห้องสุดท้าย แกคิดว่าไม่มีอะไรแล้ว แกเล่าให้ฟังว่าตอนที่แกนั่งปลดทุกข์อยู่ ก็มีหน้าๆนึง ลอดแล้วแหงนหน้าเข้ามาในห้องที่ภารโรงนั่งอยู่ หน้าดํา ตาแดงก่ำ พอแกเห็นแบบนั้น แกถีบประตูวิ่งออกมาไม่คิดชีวิตเลย ขนาดกลางวันแสกๆ หลังจากนั้น ผอ. ก็ทำบุญใหญ่ไปครั้งนึง แล้วก็เอาห้องสุดท้ายไว้เป็นที่เก็บของ แต่ !! อย่าบอกนะพวกเธอเจอ

น้องเล็กและเพื่อน : ค่ะ ครู……

เครดิตเรื่องเล่าจาก คุณเทน