ไม่น่าทะเลาะกัน ดีเจมะตูม

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงแรมแห่งนึงที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา (นับจากวันที่โทรมาเล่า) ตอนนั้นคุณมะตูมนั้นไม่ได้อยู่ประเทศไทย อยู่ต่างประเทศ แล้วก็ได้มารู้จักกับแฟน(แฟนคุณมะตูมเป็นผู้ชาย)ผ่านโปรแกรม Camfrog และก็มีโอกาสได้นัดเจอกันครั้งแรกที่ประเทศไทย คุณมะตูมก็มีแพลนที่จะไปเที่ยวกันที่เชียงใหม่ ซึ่งการไปเชียงใหม่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของคุณมะตูม พอไปถึงเชียงใหม่ คุณมะตูมก็ได้ไปพักที่โรงแรมๆนึง โรงแรมนี้ก็โอเค ค่อนข้างดี ประมาณ 4 ดาว เช็คอินกันไปตอนประมาณ 6 โมงเย็นตกกลางคืนก็ออกไปเที่ยวในเมืองกันนิดหน่อยแล้วก็กลับเข้ามาพัก

จนกระทั่งประมาณเที่ยงคืนเกือบๆตี 1 คุณมะตูมเกิดหิวขึ้นมา ตัวคุณมะตูมนั้นค่อนข้างที่จะเอาแต่ใจตัวเอง คุณมะตูมก็ชวนแฟนออกไปหาไรกินกันมั๊ย แฟนก็อาสาขับรถพาไปตระเวณหาของกิน แล้วก็ได้ไปกินจิ้มจุ่มร้านนึงชื่อดังของเชียงใหม่ หลังจากที่นั่งทานกันไป คุยๆกันไป ก็เกิดทะเลาะกันค่อนข้างแรงถึงขั้นที่ไม่คุยกันแล้วก็เช็คบิลเลย คุณมะตูมก็เดินสะบัดออกมาจากร้านก่อนเลย เดินมาที่รถ แล้วแฟนของคุณมะตูมก็เดินตามออกมา ณ ตอนนั้นคุณมะตูมก็โกรธมาก ไม่อยากคุยกับแฟน แล้วก็ขึ้นรถไป แฟนคุณมะตูมก็ขับรถออก ระหว่างทางแฟนคุณมะตูมก็พยายามพูดๆ แต่คุณมะตูมไม่ฟัง ไม่ตอบ แฟนคุณมะตูมก็เริ่มขับรถเร็วขึ้น เร็วขึ้น และก็เริ่มออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ เริ่มไม่มีไฟถนน ตอนนั้นในใจคุณมะตูมก็กลัวเพราะไม่เคยมาเชียงใหม่ ยิ่งออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปแล้วทางมันก็เปลี่ยวมากเหมือนป่า

จนแฟนคุณมะตูมเริ่มเย็นลง และอยากที่จะจอดรถเคลียร์กัน ตอนนั้นก็ออกมาไกลจากโรงแรมที่จองไว้ไกลเหมือนกัน แฟนคุณมะตูมก็ขับไปๆ จนเจอป้ายไฟที่เป็นแสงสว่างแห่งเดียวบนถนนนั้นแล้ว ตรงนั้นเป็นห้องพักบริการ 24 ชั่วโมง มีทั้งเป็นรายชั่วโมงหรือค้างคืน แฟนคุณมะตูมก็ขับรถเลี้ยวเข้าไป ทางที่เข้าไปมันซิกแซกมาก ทางเป็นดินลูกรัง เข้าไปประมาณ 300 เมตร พอไปถึงก็เจอป้อมยามป้อมนึงอยู่ข้างหน้า ตรงกลางเป็นลานว่าง ไม่มีคน ไม่มีรถจอดซักคันเดียว แฟนคุณมะตูมก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดที่ห้องๆนึง แต่ก็ไม่มีใครเดินมา ไม่มีพนักงาน ณ ตอนนั้นคุณมะตูมก็ยังไม่คุยกับแฟน ยังงอนๆอยู่

จนกระทั่งมีผู้หญิงคนนึง น่าจะเป็นคนพม่า เขาก็เดินมาหน้าง่วงๆ แฟนคุณมะตูมก็เดินลงจากรถ แล้วก็ถามเขาว่า ห้องว่างใช่มั๊ยครับ เขาไม่ได้พูดอะไร พยักหน้าอย่างเดียว แล้วเขาก็ถามว่า จะเอาห้องนี้หรอ แฟนคุณมะตูมก็บอกว่า ครับ ห้องนี้ครับ เขาก็ถามอีกครั้งว่า แน่ใจนะ แฟนคุณมะตูมก็บอกไปว่า แน่ใจครับ เท่าไหร่ครับ แล้วก็จ่ายเงินให้ไป คุณมะตูมก็เดินเข้าห้องไปก่อนเลย เข้าไปในห้อง ห้องน้ำอยู่ขวามือ ตรงเข้าไปก็จะเป็นเตียงเลย มีโซฟาเล็กๆข้างหัวเตียง สภาพห้องค่อนข้างเก่า และทั้งห้องมีหลอดไฟสีส้มแค่ดวงเดียว แล้วก็ห้องที่คุณมะตูมมาพักเป็นคล้ายโรงแรมม่านรูดมันก็จะมีกระจกเยอะหน่อย กระจกตรงกำแพงก็มี กระจกบนเพดานก็มี

หลังจากนั้นคุณมะตูมก็ไปนั่งอยู่บนโซฟาข้างเตียง ยังงอนแฟนอยู่ ซักพักแฟนก็เดินตามเข้ามาแล้วก็ปิดประตู ระหว่างที่แฟนกำลังถอดรองเท้า ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น แฟนคุณมะตูมก็เปิดประตูออกไปแต่ไม่มีคน แต่มีผ้าห่มและผ้าเช็ดตัววางไว้หน้าห้องพร้อมเงินทอน แฟนก็หยิบของแล้วก็ปิดประตูเดินเข้ามา แล้วแฟนก็มานั่งคุยกับคุณมะตูมดีมาก เริ่มคุยเริ่มง้อ คุณมะตูมก็เริ่มเย็นลง เนื่องจากบรรยากาศมันเริ่มน่ากลัว ไม่ค่อยอยากทะเลาะเท่าไหร่ ตัวคุณมะตูมนั้นนั่งอยู่บนโซฟาข้างเตียง ส่วนแฟนคุณมะตูมนั่งพื้น นั่งคุยกัน แล้วก็ดีกัน

ซักพักนึง อยู่ดีๆแฟนก็หน้าซีดมาก คุณมะตูมก็ถามว่า ง่วงป่ะเนี่ย นอนมั๊ย แฟนก็บอกว่า ตูม ไปจากที่นี่กันเถอะ คุณมะตูมก็คิดว่า ไปทำไม มันดึกแล้ว ต้องขับรถ ก็ไม่รู้ว่าจะกลับโรงแรมถูกมั๊ย อยากที่จะนอนเอาแรงก่อน และก็เสียดายเงินที่จ่ายค่าห้องไปแล้วด้วย คุณมะตูมก็เลยบอกแฟนไปว่า ไม่เป็นไร เค้านอนได้ แฟนก็ตามใจ แต่แฟนไม่มองหน้าคุณมะตูม เหงื่อซึมๆ คุณมะตูมก็รับรู้ว่าแฟนดูแปลกๆไป ผ่านไปครู่นึง คุณมะตูมก็กระโดดขึ้นเตียง เพื่อให้แฟนคิดว่า เราไม่กลัวนะ แล้วก็บอกให้แฟนมานอนกันเถอะ นอนแปปนึงก็ยังดี มันดึกแล้ว ตี 2 กว่าแล้ว แฟนก็เดินๆอ้อมเตียงมานั่งที่หัวเตียง แล้วก็สวดมนต์ พอแฟนสวดมนต์ คุณมะตูมก็เริ่มกลัวว่าจะสวดทำไม แต่คุณมะตูมก็ไม่กล้าถามว่าเห็นอะไร เพราะกลัวเขาตอบมาแล้วจะรับไม่ได้

จากนั้นแฟนก็มานอน โดยที่ไฟก็ยังคงเปิดไว้อยู่ แฟนคุณมะตูมนอนฝั่งขวานอนหงาย คุณมะตูมนอนฝั่งซ้ายตะแคงหันหน้าเข้าหาแฟน คุณมะตูมก็พยายามหลับตา แต่ก็แอบๆหรี่ตามองก็เห็นว่าตาของแฟนยังไม่หลับ และก็เห็นว่าแฟนมองไปข้างบนตรงกระจกเพดานแฟนก็ไม่พูดอะไร คุณมะตูมก็ไม่กล้าถาม ผ่านไปไม่เกิน 1 นาที คุณมะตูมก็เริ่มเจ็บท้ายทอย เหมือนมีใครมากำผมและกระตุกผมตรงท้ายทอยเจ็บมาก คุณมะตูมก็ตัวสั่นมาก หลับตาปี๋ จนคุณมะตูมถอนหายใจออกมา เท่านั้นแหละ แฟนคุณมะตูมก็พูดเสียงเข้มๆบอกว่า ตูม ไปจากที่นี่กันเดี๋ยวนี้ พอสิ้นเสียง แฟนคุณมะตูมก็ไอออกมา และสำรอกออกมาเป็นเลือดสดๆ และหยดบนตียง จนเลือดหยดไหลตามทาง ซึ่งแฟนคุณมะตูมไม่มีโรคประจำตัว ตรวจสุขภาพประจำปี ไม่เคยเป็นอะไรเลย ในขณะที่แฟนวิ่งเข้าห้องน้ำ แฟนก็บอกคุณมะตูมว่า ตูม ออกไป ออกไปก่อน ไปรอพี่ที่รถ คุณมะตูมก็กลัวมาก แต่ก็ยังไม่ออกไป วิ่งตามเข้าไปในห้องน้ำ ไปลูบหลัง แล้วร้องไห้ คุณมะตูมก็เห็นว่าเป็นเลือดสดๆออกมาจากปากของแฟน และก็ไอไม่หยุดเลย เหมือนมีอะไรติดที่คอ

คุณมะตูมก็เลยล็อคคอ พอแฟนออกมา คิดว่าต้องออกไปจากตรงนี้ก่อน เพราะสภาพตอนนั้นมันกดดันมาก แฟนคุณมะตูมก็ขับรถถอยออกมาแล้วก็ขับออกไปอย่างเร็ว พอพ้นออกจากซอยทางเข้าโรงแรม แฟนคุณมะตูมก็เป็นปกติ ไม่ไอ หยุด เงียบ ไม่มีสักแอะเดียว คุณมะตูมก็ถามว่าไปโรงพยาบาลมั๊ย แฟนก็บอกว่า หายแล้ว คุณมะตูมก็พูดว่า แล้วสรุป คุณมะตูมพูดได้แค่นี้ แฟนก็บอกว่า ไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ อย่าเพิ่งพูดอะไร ในใจตอนนั้นคุณมะตูมก็อยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรอ จนแฟนคุณมะตูมก็ขับรถกลับไปจนถึงโรงแรมจนได้ ถึงโรงแรมเกือบๆตี 5 พอถึงโรงแรมก็นอน และก็ไม่พูดะถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกันเลย

พอตื่นเช้ามา ก็คุยกันว่าสิ่งที่เจอเมื่อคืนคืออะไร แฟนคุณมะตูมก็เล่าให้ฟังว่า ตอนที่เดินเข้ามาเนี่ย ก็รู้สึกไม่ดีแล้ว และตอนที่คุณมะตูมนั่งอยู่บนโซฟา แฟนนั่งเคลียร์กับคุณมะตูม แล้วตอนที่แฟนพูดครั้งแรกว่า เราไปจากที่นี่กันเถอะ แฟนคุณมะตูมมองเห็นว่ามีคนนอนอยู่ใต้เตียง เพราะแฟนคุณมะตูมนั่งอยู่กับพื้น ทำให้ระดับสายตาของแฟนเห็นได้พอดี แต่คุณมะตูมไม่เห็น เพราะคุณมะตูมนั่งอยู่บนโซฟา ลักษณะที่เห็นเป็นร่างของผู้หญิงอยู่ใต้เตียง แฟนก็ไม่กล้าที่จะบอกคุณมะตูม แล้วคุณมะตูมก็กระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงอีก แฟนคุณมะตูมก็เลยมาสวดมนต์ ขอให้อย่าทำอะไรเลย

และในตอนที่คุณมะตูมเจ็บท้ายทอย ที่แฟนมองไปที่กระจก แฟนคุณมะตูมก็ถามว่า มะตูมเจ็บท้ายทอยใช่มั๊ย เจ็บตรงหัวใช่มั๊ย ทั้งๆที่คุณมะตูมยังไม่ได้บอกอะไร คุณมะตูมก็ถามว่ารู้ได้ยังไง แฟนคุณมะตูมก็บอกว่า มองผ่านกระจกเห็นเป็นเงาผู้หญิงเอามือกระชากหัวคุณมะตูม จนมาถึงตอนที่แฟนคุณมะตูมบอกว่า ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ และก่อนที่จะไอเป็นเลือด ตรงข้างหมอนเหมือนมีมือมาบีบคอแรงมาก กดตรงคอหอยของแฟน ตอนนั้นแฟนคุณมะตูมหายใจไม่ได้ประมาณ 2 วิ คิดว่าตัวเองจะตายแล้วด้วย จนไอออกมาเป็นเลือดสดๆและตอนที่แฟนเล่าให้คุณมะตูมฟัง แฟนก็เหมือนจะร้องไห้ ทำให้คุณมะตูมรับรู้ได้ว่า แฟนไม่ได้แกล้งบิวท์ให้กลัว และแฟนก็เล่าเรื่องให้คุณมะตูมฟังได้อย่างสมเหตุสมผล หลังจากนั้นคุณมะตูมกับแฟนก็พากันไปทำบุญ

ก่อนที่จะกลับคุณมะตูมก็คุยกันเราขับไปร้านจิ้มจุ่มตรงที่ทะเลาะกัน แล้วก็ขับไปตามทาง เพื่อที่จะไปดูโรงแรมนั้นดีกว่า เวลาตอนนั้นข่วงบ่ายๆ พอมาถึงจุดๆนั้น ไม่มีโรงแรมที่คุณมะตูมเข้าไปพัก ไม่มีแม้กระทั่งทางเลี้ยวเข้า ซึ่งคุณมะตูมจำไม่ผิดแน่นอน วนหาอีกรอบก็ไม่เจอ แฟนคุณมะตูมก็ยืนยันว่าเป็นจุดๆนี้ แต่ที่เจอเป็นหญ้าสูงเกือบถึงเอว ทีนี้พี่ป๋องผู้จัดรายการ The Shock ก็ขอคุยกับแฟนคุณมะตูม แฟนคุณมะตูมยืนยันอีกครั้งว่าเป็นตามที่คุณมะตูมเล่ามาทุกอย่าง และแฟนคุณมะตูมก็เสริมอีกว่า ตอนที่ย้อนกลับไปที่โรงแรมนี้ไม่เจอทางเข้าจริงๆ แต่เห็นเป็นป้ายไฟที่ไม่ได้ใช้งาน ที่แตกแล้ว คุณมะตูมก็เลยไปถามเพื่อนที่เป็นคนเชียงใหม่ว่า รู้จักโรงแรมนี้มั๊ย เพื่อนก็บอกว่า โรงแรมนี้ดังมาก มีคนเจอหลายรอบมาก แต่ตอนนี้ปล่อยร้างไปแล้ว