เรื่องเล่าหลังกุฏิ!!

เกริ่นก่อนนะครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นกับผมเอง ขณะที่บวชอยู่ที่วัดนี้ ในช่วงเดือนพฤษจิกาที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่วันแรกที่ผมเดินเข้าไปในกุฏิ ก็รับรู้ได้เลยว่าที่ๆ ผมอยู่ มันต้องเคยมีอะไรมาก่อนแน่ๆ แถมวันนั้นพระทั้งวัดถูกนิมนต์ให้ไปฉันเพลที่ต่างหมู่บ้านอีก สรุปคือผมอยู่กับเณร 2 คน

หลังจากหลวงพ่อและหลวงพี่เดินทางไปทำกิจนิมนต์ ก็เหลือผมกับเณรที่นั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนเณรมันเล่าให้ผมฟังว่า พี่หลวงรู้เปล่าว่ากุฏินี้มีประวัติ เท่านั้นแหละ ผมบอกเณรว่าขอเลย ไม่ต้องเล่าแล้วนะขอร้องเลย… ซึ่งเณรก็ไม่ได้เล่าต่อ ผมฟังมาแค่ว่ากุฏินี้มีประวัติ ผมก็เริ่มใจไม่ดีแล้ว หลังจากนั้นก็นั่งคุยกันเรื่องอื่นจนพระรูปอื่นๆ กลับกันมากันครบ

วันนั้นก็เป็นการเริ่มทำวัดเย็นวันแรกของผม ผมมีพระพี่เลี้ยงชื่อหลวงพี่โต้ง แกก็พาผมเข้าไปทำวัตร กรวดน้ำอะไรเสร็จสรรพ ตอนกำลังจะแยกกันเข้ากุฏิของตัวเอง อยู่ๆ แกพูดขึ้นมาว่า ” คืนนี้กล้านอนคนเดียวไหม มีใครมานอนเป็นเพื่อนหรือเปล่า ” ซึ่งผมก็ตอบไปตรงๆ ว่า ” ครับ คืนนี้นอนคนเดียว ไม่มีเพื่อนมานอนด้วย ” แล้วก็ยิ้มๆ (จำคำว่าไม่มีเพื่อนมานอนด้วยไว้นะครับ)

พอแยกกันเข้ากุฏิเสร็จ ผมว่าจะเปิดไฟในกุฏิอ่านหนังสือบทสวดสักหน่อย แต่หลอดไฟก็กระพริบติดๆ ดับๆ ผมเลยเลยลุกขึ้นไปปิด เพราะถ้าหากเปิดเอาไว้ตาผมคงจะเสียก่อนแน่ๆ หลังจากปิดไฟแล้วผมก็พยายามนั่งสมาธิ เพราะผมบวชแค่ 9 วัน เลยอยากจะเคร่งครัดให้ได้มากที่สุด จนเวลา ราวๆ 22.00 น. ผมเริ่มเมื่อยเลยลุกขึ้นเดินเล่น เพราะด้านหน้ากุฏิมันเป็นระเบียง พอเดินออกไปผมก็สังเกตได้ว่ามันเงียบ ทั้งที่ยังไม่เที่ยงคืนเลย แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าพระท่านอื่นๆ คงปิดไฟนั่งสมาธิอยู่ในกุฏินั่นแหละ แต่ผมรู้สึกเสียวสันหลังทุกครั้งที่หันให้ความมืด
หลังจากเข้ากุฏิไป ผมก็ปิดประตูใส่กลอน พยามเอนตัวนอน แต่คืนแรก แปลกที่แถมยังเป็นเตียงไม้อีก ผมนอนไม่หลับจริงๆ นอนกลิ้งไปกลิ้งมา พอดูชะเง้อดูนาฬิกาอีกที ก็ เกือบตี 1 แล้ว คราวนี้แหละ ของจริง…..

ในความเงียบนั้น หูผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนผิวลมเล่นลอยมาแต่ไกลเลย ตอนนั้นผมนึกในใจคนบ้าอะไรมาผิวลมดึกๆ หรือจะเป็นเสียงใบไม้กันแน่ ซึ่งผมก็นอนฟังอยู่ตลอด จนผมเริ่มใจไม่ดีตรงได้ยินเสียงอะไรสักอย่างเดินเหยียบใบไม้แห้งอยู่หลังกุฏิ เวลานั้นคือใจเริ่มฝ่อจริงๆ ได้แต่ปลอบใจว่าหมาหรือไม่ก็ไก่เขี่ยใบไม้ แต่ก็ไม่ต้องให้รอนาน สิ่งที่ผมคิดมันก็กระจ่างทันที !! อยู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายพูดว่า ” เปิดตูที ” เป็นเสียงเข้มๆ ใหญ่ๆ ชัดเลยเต็มหู เหมือนเสียงนั้นพูดทะลุปูนผนังห้องเข้ามา ขนลุกอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ จากที่ผมนอนอยู่บนเตียง ผมนี่ลุกขึ้นนั่งเลย คือจับไฟฉายไว้ในมือตลอด ควานหามือถือก็นึกขึ้นได้ว่าชาร์จแบตอยู่ตรงมุมกุฏิ ตอนนั้นไม่กล้าลุกขึ้นไปหยิบจริงๆ เพราะมันอยู่ใกล้หน้าต่าง ซักพักมีเสียง ” กรอบแกร๊บๆๆ ” เหมือนมีใครเหยียบใบไม้แห้งอยู่หลังกุฏิ แต่พอแง่หูฟังดีๆ มันไม่ใช่แค่ด้านหลังนะ แต่มันมารอบกุฏิเลย ในหัวตอนนั้นคิดอย่างเดียวคงไม่ใช่คนแน่ๆ ตี 1-2 คงไม่มีคนบ้าที่ไหนมาเดินเล่นอยู่ในวัดหรอก ผมทนฟังอยู่ตั้งนาน เหงื่อนี่แตกท่วมตัว ตอนนั้นบทสวดอะไรก็ไม่มี นึกแต่นโมขึ้นมา พอเริ่มท่องข้างนอกก็หัวเราะ พอเราหยุดท่องมันก็หยุดหัวเราะด้วย หลอนจนลืมว่าท่องยังไง

คราวนี้หนักสุด เสียงเคาะประตูด้านหลังมาก่อนเลย ดัง ” ก๊อก ” เดียว เบาๆ แล้วก็ เคาะอีก ” ก๊อก ก๊อก ก๊อก ” แต่มันเริ่มดังขึ้น จนรอบนี้เห็นเลยว่าต้องมีใครมาเคาะ เพราะประตูไม้สั่นจริงๆ ไม่ใช่เสียงหลอนแน่ เพราะกลอนมันสั่นคร๊อดๆ ทุกครั้งที่ถูกเคาะ ยิ่งชัดไปกว่านั้นอีกคือ เท้าคนใหญ่มาก ไม่ใส่รองเท้า เล็บเท้านี่ดำปี๋เลย ที่ผมเห็นเพราะประตูมันผุด้านล่าง เลยมองผ่านช่องนั้นได้พอดี และเห็นเป็นข้อเท้าเต็มๆ สักพักเสียงมันลามมาที่หน้าต่างไม้อีก ดัง ” เอี๊ยดดดด ” เหมือนคนพยามเอามืองัดหน้าต่างเพื่อจะเปิด แต่ดีที่ผมใส่กลอนไว้มันเลยเปิดไม่ได้ คือตอนนั้นผมทำอะไรไม่ได้จริงๆ พระใหม่ ไม่มีอะไรเลยที่จะท่องปัดเป่า ถึงมีก็ท่องไม่ได้เพราะกลัวจริงๆ นึกถึงแค่ปู่ย่าที่เสียไปแล้ว นึกในใจช่วยหนุ่ยที (คือปู่กับย่าเผาที่วัดนี้แหละ)

ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ อยู่ๆ เสียงเคาะประตู เสียงแงะหน้าต่างก็เงียบไป ได้ยินแต่เสียงเหมือนคนเดินออกไปทางด้านหลังกุฏิ บอกตรงๆ เกิดมาไม่เคยปอดแหกอะไรขนาดนี้ แค่มือถืออยู่ที่มุมห้องยังไม่กล้าเดินไปหยิบ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าหลับลงไปได้ไง อาจเป็นเพราะนั่งเกร็งจนเหนื่อยเลยหลับไปเอง

หลังจากตื่นตอน 6 โมงเช้าไปเดินบาตร พอกลับถึงวัดผมก็เล่าเรื่องนี้ให้พระพี่เลี้ยงผมฟัง ว่าผมเจออะไรมาบ้างเมื่อคืน แกบอกว่า ตอน น้องเจ้าพูดว่า ” ไม่มีเพื่อนนอนด้วยคืนนี้ พี่หลวงว่าแล้วมันต้องมาแน่ แต่ก็ไม่นึกว่าจะเกิด เพราะส่วนใหญ่มันจะไปหาแต่เณร กับพระมันไม่ยุ่ง ”

ผมก็ถามสวนกลับไปเลย ” แล้วมันนี่คือใครครับ ”

แกเลยถามผมมาว่า ที่เจอเมื่อคืน เป็นผู้ชายใช่ไหม เสียงใหญ่ๆหรือเปล่า เล็บตีนดำด้วยใช่ไหม พอแกถามเสร็จ ผมนี้ขนลุกได้แต่พยักหน้า

แกบอกผมว่า เมื่อก่อนตรงนี้พวกคอมมิวนิสเยอะมาก แล้วลุงคนนี้แกเป็นสายให้ทหาร เลยถูกพวกคอมมิวนิสจับมาเผานั่งยางตรงริมกำแพงบริเวณกุฏิที่ผมอยู่นี้ละ แกบอกว่าเจอทุกคนทุกปีเณรบวชใหม่ แต่ไม่นึกว่าพระใหม่จะโดนด้วย อาจเป็นเพราะผมไปพูดว่า ไม่มีเพื่อนมานอนด้วย เขาเลยมาหาจะขอนอนด้วยมั้ง

หลังจากนั้นแกก็ถามผมนะว่า ยังกล้าอยู่ไหม ผมก็บอกไปตรงๆว่า กล้าอยู่แต่เปลี่ยนหลอดไฟให้ผมหน่อยได้ไหม คือถ้าผมรู้เรื่องก่อนผมอาจจะไม่กลัวก็ได้ แล้วผมก็อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เขาด้วยนะ ถึงจะไม่รู้ชื่อก็เถอะ ได้แต่พูดขึ้นว่า ลุงขี้เถ้า และหลังจากนั้นอีก 8 วันผมก็ไม่เคยเจอแกอีกเลย……..

เครดิตเรื่องเล่าจาก Soccersuck

ขอบคุณ : เรื่องเล่า(ผี)เขย่าขวัญ

https://www.facebook.com/groups/2476349032644908/?ref=group_header