ทุกวันนี้ยังไม่หายเพี้ยน

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ตอนนั้นคุณเอ้อายุ 12 ปี พ่อแม่ของคุณเอ้นั้นเลิกกัน คุณเอ้ก็จะต้องไปๆมาๆระหว่างบ้านพ่อกับบ้านแม่ แล้วตอนนั้น แม่ก็ให้คุณเอ้ก็ไปอยู่กับพ่อ ในสมัยนั้น บ้านของพ่อจะอยู่ติดทางรถไฟ เป็นทางค่อนข้างเปลี่ยว แล้วพ่อก็บอกกับคุณเอ้ว่า ถ้าจะไปไหนบอกพ่อก่อน อย่าไปไหนโดยพละการ ยิ่งดึกๆห้ามออกไปไหนทั้งนั้น คุณเอ้ก็ไม่ได้สงสัยว่าเพราะอะไรถึงต้องห้ามขนาดนี้ พอมาอยู่ที่บ้านพ่อ พ่อก็สอนให้ขับรถมอเตอร์ไซด์ พอคุณเอ้ขับเป็นแล้วก็อยากที่จะไปนู่นไปนี่ ใครจะซื้อของอะไร ก็จะคอยอาสาไปซื้อให้ตลอด

วันนั้นคุณเอ้ก็ออกไปซื้อของ ระหว่างทางสายตาก็ไปสะดุดที่บ้านหลังนึง เป็นกระต๊อบสังกะสีเล็กๆ อยู่ได้แค่คนสองคน คุณเอ้ก็เห็นว่ามียายคนนึงเดินออกมาจากบ้าน เป็นยายตาบอด ก็รู้สึกสงสารยายเขาอยู่คนเดียว ญาติพี่น้องก็ไม่มี คุณเอ้ก็เลยจอดรถแล้วก็เดินเข้าไปคุยกับยาย ถามว่ายายเป็นยังไงบ้าง ยายก็ตอบว่า ยายอยู่คนเดียว ลูกเต้าก็ไม่มีแล้วยังมาตาบอดอีก คุณเอ้ก็ถามต่อว่าแล้วยายได้กินอะไรยัง ยายก็ตอบว่า ไม่ค่อยได้กินหรอก นานๆจะได้กินซักที คุณเอ้ก็เลยบอกว่า เอางี้ละกันยาย ผมมาอยู่ที่นี่ ผมจะเอาข้าวมาให้ยายเอง ซึ่งพ่อของคุณเอ้ก็จะทำกับข้าวไว้เยอะอยู่แล้ว

ตั้งแต่วันนั้นคุณเอ้ก็จะคอยแอบเอาข้าวมาให้ตลอด เพราะกลัวพ่อว่า จนหลายวันเข้าพ่อก็เริ่มสงสัยว่าไปไหน วันนั้นหลังจากที่คุณเอ้เอาข้าวไปให้ยายกลับมาถึงบ้าน พ่อก็รออยู่หน้าบ้านพร้อมกันถามว่า ไปไหนมา คุณเอ้ก็อ้ำๆอึ้งๆกลัวความผิด จนสุดท้ายก็ตอบพ่อไปว่า ผมเอาข้าวไปให้ยายคนนี้ ที่บ้านอยู่เลยบ้านเราไปเนี่ย พอพูดจบ พ่อก็เดินไปหยิบไม้แล้วเอามาฟาดคุณเอ้ เหมือนว่าโกรธมาก ตอนนั้นคุณเอ้ก็สงสัยว่าตัวเองทำผิดอะไร ปกติเวลาที่พ่อตีคุณเอ้ก็จะไม่ค่อยคุยกัน จนผ่านไป 2-3 วัน พ่อก็เริ่มที่จะคุย คุณเอ้ก็เลยถามว่า ผมผิดอะไรหรอพ่อ ผมแค่เอาข้าวไปให้ยายคนนี้ที่เขาตาบอด ผมผิดอะไร พ่อก็ตอบมาว่า ถ้ามึงไม่อยากตาย มึงอย่าไปบ้านยายคนนั้นอีก เพราะว่ายายคนนั้นเขาเป็นปอบ คุณเอ้ก็คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะยายเขาตาบอด แต่ก็ได้แต่เก็บไว้ในใจ ไม่กล้าเถียงพ่อ

หลังจากนั้นถัดมาอีก 2-3 วันตกลางดึกประมาณตี 2 คุณเอ้ก็ได้ยินเสียงคนโวยวายเหมือนคนมีเรื่องดังมาจากข้างนอกประมาณว่า ไปๆๆ มันมาแล้ว คุณเอ้ก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ซักพักพ่อก็ถือปืนลูกซองวิ่งออกไป ในเมื่อพ่อไป คุณเอ้ก็เลยวิ่งตามพ่อออกไป แล้วก็มีเสียงปืนดังอยู่หลายนัด ระหว่างนั้นก็ได้ยินว่า ชาวบ้านเขาเลี้ยงไก่ไว้แล้วมีปอบมากินไก่บ้านเขา ก็วิ่งไล่ยิงกันไปเรื่อยๆ จนไปถึงบริเวณป่ากก ชาวบ้านก็เอาไฟฉายส่องหาว่าอยู่ไหน แล้วคุณเอ้ก็ดันไปเห็นแววตาที่โดนกับแสงไฟ คุณเอ้ก็ชี้และตะโกนบอกว่า นั่นไงๆ แต่ก็ไล่ยิงไม่ทันเพราะปอบตนนั้นวิ่งไวมาก ทีนี้ทุกคนก็ตรงไปที่บ้านของยายคนนั้น เพราะชาวบ้านก็เจาะจงว่ายายคนนั้นเป็นปอบ แต่พอถึงบ้าน ยายก็เหมือนคนเพิ่งตื่นค่อยๆเดินคลำทางเดินออกมาและถามว่า มีอะไรกันหรอ แต่พอเห็นยายเป็นปกติ ก็คิดว่าคงไม่ใช่ แล้วก็แยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน

วันถัดมา คุณเอ้ก็ยังรั้นพ่อ ยังคงเอาข้าวไปให้ยายอีก แต่ทีนี้ยายเริ่มแปลก ยายเริ่มถูกเนื้อต้องตัวคุณเอ้ แล้วก็พูดว่า หนู ยายอยู่คนเดียว มาอยู่เป็นเพื่อนยายได้มั๊ย ยายเหงา คุณเอ้ก็บอกว่าไม่ได้หรอกยาย เดี๋ยวพ่อผมตี ยายก็พูดอีกว่า พ่อเองบอกว่ายายเป็นปอบหรอ คุณเอ้ก็ปฎิเสธไปว่า เปล่าครับ ยายจะเป็นปอบได้ไง ยายตาบอด ยายจะไปวิ่งไล่ใครเขาได้ คุณเอ้ก็ไม่ได้ใส่ใจเอาข้าวให้เสร็จแล้วก็กลับ คุณเอ้นั้นมีเพื่อนคนนึงชื่อว่า ติ๋ม ติ๋มเป็นลูกของคนทำงานก่อสร้าง ติ๋มก็มาเล่นกันคุณเอ้จนสนิท ไปไหนไปด้วย แล้ววันนั้นก็มีงานวัด ติ๋มก็ชวนคุณเอ้ไปเที่ยวงานวัด คุณเอ้ก็กลับบ้านไปขอพ่อ พ่อก็ให้ไปแต่บอกว่า ไปแล้วห้ามกลับดึกนะมันอันตราย คุณเอ้ก็เชื่อพ่อแล้วก็ขับรถมอไซด์ออกมา แต่ว่าพอหลุดออกมาแล้ว ก็เที่ยวนู่นเที่ยวนี่จนดึก จนเลยเถิด จนงานวัดเลิก ก็เลยชวนกับกลับ ก่อนกลับเข้าบ้านคุณเอ้ก็แวะเติมน้ำมันอยู่หน้าปากซอย เวลาตอนนั้นก็ประมาณตี 2 แล้ว พอจอดเติมน้ำมันก็ไปเจอเพื่อนคนนึง เพื่อนก็บอกว่า มึงเข้าบ้านตอนนี้มึงไม่กลัวหรอ คุณเอ้ก็ถามว่า กลัวไร เพื่อนบอกว่า มึงไม่กลัวยายคนนั้นรึไง ที่เป็นผีปอบอ่ะ คุณเอ้ก็เถียงไปว่า มึงจะบ้ารึไง ยายตาบอด เพื่อนก็บอกว่า เออ มึงไม่เชื่อกู เดี่ยวมึงโดนกินไส้แน่ ตอนนั้นคุณเอ้ก็ไม่เชื่อ แต่ในใจลึกๆก็ยังกลัวอยู่ แล้วก็ขับรถเข้าไปในซอยซักพักนึง อยู่ๆท้ายรถก็ปิด ปรากฎว่ายางรั่ว คุณเอ้ก็เลยต้องเข็นรถกลับบ้าน ซึ่งจะต้องผ่านบ้านของยายคนนั้น ระหว่างที่เข็นรถไป ติ๋มก็พูดขึ้นมาว่า มึงเชื่อที่พวกมันเล่าป่ะ คุณเอ้ก็ดุติ๋มไปว่า มึงจะไปเชื่อมันทำไม เดี๋ยวมึงก็หลอนเอง

คราวนี้ก็เป็นคุณเอ้ที่คิดรู้สึกว่ากลัวปอบ แต่ก็คิดว่าคงเป็นปอบคนอื่นที่ไม่ใช่ยาย เข็นรถไปเรื่อยๆจนถึงบ้านของยายคนนั้น คุณเอ้ก็เห็นว่าไฟตะเกียงในบ้านยายนั้นยังสว่างอยู่คุณเอ้ก็พูดกับติ๋มว่า ยายเขายังไม่นอนหวะ เขาทำอะไรดึกๆดื่นๆวะ ยิ่งตาบอดด้วยคงลำบากน่าดู คุณเอ้ก็เลยจอดรถไว้ริมถนนแล้วเดินเข้าไปดู พอเดินไปถึงประตูบ้านยาย คุณเอ้ก็เปิดประตูและพูดว่า ยาย ทำไรอ่ะ ทำไมยังไม่นอน แล้วยายก็หันหน้ามา แต่ปากนั้นเต็มไปด้วยเลือด เพราะว่ายายกำลังกินแมวอยู่ แววตาก็ไม่ใช่คนตาบอด แต่เหมือนกับแววตาที่คุณเอ้เห็นในป่ากก แล้วยายก็พูดเบาๆว่า ยายหิววววว พอยายพูดจบคุณเอ้และติ๋มก็วิ่งกันกระเจิดกระเจิงไปกันคนละทาง คุณเอ้ก็วิ่งออกไปจนถึงป้ายรถเมล์นั่งสั่นอยู่ตรงนั้นจนหลับไป

คุณเอ้ก็รู้สึกตัวอีกทีตอนเช้า พ่อของคุณเอ้ก็เอามือตี และถามว่า ทำไมไม่กลับบ้าน มานอนอะไรตรงนี้ คุณเอ้ก็เล่าเรื่องที่เห็นเมื่อคืนให้ฟัง พ่อก็บอกว่า ก็บอกแล้ว ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง คุณเอ้ก็นั่งซ้อนรถมอไซด์กำลังจะกลับบ้าน แต่ว่าก็ต้องผ่านบ้านยายคนนั้น ก่อนจะถึงบ้านของยาย คุณเอ้ก็เห็นว่ามีคนยืนมุงกันอยู่ที่บ้านยาย คุณเอ้เลยถามพ่อว่า มีอะไรกันอ่ะ พ่อก็บอกว่า เออ ลืมบอก ยายตายแล้ว คุณเอ้เลยบอกให้พ่อจอดรถ แล้วก็วิ่งลงไปดู ก็เห็นว่ายายนอนตายอยู่ที่พื้น ไม่มีคราบเลือดที่เห็นเมื่อคืน คุณเอ้ก็ถามพ่อว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้ พ่อก็บอกว่า สงสัยปอบที่สิงร่างยายนั้น เจอกับคุณเอ้เข้าเลยทำให้รู้ว่าเป็นยายคนนี้เป็นปอบ มันก็เลยต้องเปลี่ยนร่างใหม่ และสุดท้าย คุณเอ้ก็ขอให้พ่อพาไปหาติ๋มก่อนไปดูว่ามันเป็นยังไงบ้าง พอไปถึงก็พบว่า ติ๋มนั้นสติหลุดไปแล้ว พูดไม่รู้เรื่อง จนทุกวันนี้ติ๋มก็ยังเดินแก้ผ้าตามถนนหนทางอยู่ สรุปง่ายๆคือ ติ๋มเป็นบ้าไปแล้ว ทุกวันนี้ถ้าคุณเอ้เจอก็จะซื้อข้าวให้ติ๋ม คอยเอาเงินให้ สาเหตุที่ทำให้ติ๋มเป็นแบบนี้ คุณเอ้ก็น่าจะส่วนด้วย หลังจากนั้นพ่อก็ส่งคุณเอ้กลับไปอยู่กับแม่เลย