“แกล้งหลอกผีเพื่อนจนเพื่อนเสีย” เรื่องสยองของการแกล้งกันจนเจอของจริง

เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นประสบการณ์ตรงที่คุณย่าได้พบเจอมาแล้วก็นำมาถ่ายทอดให้กับจ๊ะจ๋าได้ฟัง เหตุการณ์ทั้งหมด ต้องขอย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยคุณย่านั้นยังมีอายุเพียงแค่ 15 ปี วันนั้นมีงานเทศกาลที่ต่างอำเภอ คุณย่าของจ๊ะจ๋านั้นชื่อว่าน้อย แล้วก็มีพี่สาวคุณย่าชื่อว่านาง ทั้งสองคนนั้นก็ได้นัดกันกับเพื่อนๆอีกประมาณ 9 คนกะว่าจะไปเที่ยวงานด้วยกัน ในสมัยนั้นยังไม่มีรถยนต์ มีเพียงแค่เกวียน บ้านไหนมีเกวียนก็ถือว่าหรูแล้ว ส่วนมากไปไหนมาไหนชาวบ้านก็มักจะใช้การเดินเอา คุณย่าอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ 5 โมงเย็น นั่งรอเพื่อนๆมารับ พอเพื่อนทุกคนมาพร้อมหน้ากันก็ออกเดินทาง ในมือนั้นถือตะเกียงกันไปคนละอัน แต่ไม่ได้จุดเนื่องจากว่าเป็นคืนเดือนหงาย ที่สามารถมองเห็นทางได้ชัดเจนแค่เอาไปกันไว้เฉยๆ

ระยะทางจากบ้านของย่าไปถึงหมู่บ้านงานนั้นห่างกันราวๆ 10 กม. ก็เลยมีหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มเสนอว่า “ไปทางลัดกันดีกว่า ทางลัด เดินแค่ประมาณ 7 กิโลเอง” ทุกคนในกลุ่มก็ตกลงแล้วก็พากันเดินลัดทุ่งไป เดินกันไปคุยกันไปจนฟ้านั้นเริ่มจะมืดลง ย่าก็บอกว่าน่าจะใกล้ถึง งานแล้ว แต่ว่าพี่สาวของย่าที่ชื่อว่าย่านางนั้นเผอิญเกิดปวดท้องเบาขึ้นมาก็เลยชวนย่าไปเป็นเพื่อน ก่อนที่จะแยกไปนั้นแฟนของย่านางก็ได้แซว 2 สาวว่า “ไปกันสองคนระวังผีหลอกนะ” แต่ย่ากับพี่สาวของย่าก็ไม่ได้สนใจ รีบเดินไปทำธุระส่วนตัว พอทำธุระเสร็จย่าก็พากันเดินออกมา แฟนของย่านางก็มาแอบอยู่หลังต้นไม้ พอทั้งคู่เดินมาถึงแฟนของย่านางก็กระโจนออกมาหลอก คุณย่าทั้งสองเห็นเข้าก็ตกใจนึกว่าผี เพื่อนทุกคนที่ ยืนรออยู่นั้นได้ยินเสียงร้องกรี๊ดจากย่าทั้งสองก็รีบวิ่งมาดู พอย่านางเห็นว่าคนที่แกล้งนั้นเป็นแฟนตัวเองก็เลยดุเอาว่า “กลางคืนทำแบบนี้มันไม่ดี คนเฒ่าคนแก่เข้าถือ”

พูดจบยังไม่ทันที่ทุกคนในกลุ่มจะก้าวเท้าเดินทางต่อ ประสาทหูของทุกคนในกลุ่มก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ พร้อมกันนั้นก็ยังมีเสียง ฝีเท้ากำลังเดินย่ำใบไม้แห้งใกล้เข้ามาทุกขณะ และคนในกลุ่มนั้นก็คิดว่าน่าจะเป็นคนที่เดินลัดทุ่งมาเหมือนกัน ทุกคนหยุดเดินอยู่ครู่เดียวก็ได้ เห็นหญิงสาวคนหนึ่ง ผมยาว กำลังอุ้มเด็ก เดินโผล่เข้ามาใกล้ หน้าตามดุมากเหมือนกับว่าโกรธใครมากในกลุ่มนั้น หญิงสาวที่กำลังอุ้มเด็กนั้น เดินเข้ามาใกล้ๆทุกคนแล้วหยุดเดิน แล้วก็ตวาดใส่หน้าทุกคนว่า “พวกเอ็งเสียงดัง ทำจนลูกข้าตื่น!” ย่านางเห็นเหตุการณ์แบบนั้นก็เริ่มกระเถิบ ตัวเข้าไปใกล้ๆย่าน้อย แล้วก็หยิกที่แขนแรงมาก กระซิบบอกกับย่าน้อยไห้ดูที่เท้าของผู้หญิงคนนั้น ย่าได้ยินแบบนั้นก็รีบก้มลงมองดู ที่เท้าของ ผู้หญิงคนที่กำลังอุ้มลูกอยู่นี้เท้าของเธอไม่ติดพื้น กำลังยืนลอยอยู่กลางอากาศ
 แล้วจู่ๆก็มีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มที่ในมือนั้นได้ถือตะเกียงที่จุดไฟอยู่แล้วยกขึ้นมาดู ย่าคิดในใจว่าคนที่จุดตะเกียงนั้นน่าจะเห็นเหมือนกัน ว่าเท้าของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ติดอยู่กับพื้น พอมีแสงไฟจากตะเกียงสาดส่องทั่วบริเวณนั้นทุกคนก็ได้มองเห็นถนัดชัดเจนว่าใบหน้าและตัวของผู้หญิง คนนั้นมีสีเขียวๆม่วงๆ และสภาพร่างกายของเธอก็กำลังอยู่ในลักษณะที่กำลังขึ้นอืดเต็มที่ ตอนนั้นทุกคนทั้งกลุ่มเหมือนกับติดอยู่ในภวังค์ ได้แต่ยืน ดูผู้หญิงอุ้มลูกคนนั้น ไม่สามารถขยับตัวได้ แล้วจู่ๆเสียงเด็กร้องก็เริ่มดังขึ้น เสียงนั้นแหลมเล็กจนแสบแก้วหู มีเพื่อนคนหนึ่งน่าจะทนไม่ไหว ตะโกน ดังขึ้นมาว่า “วิ่ง!” แค่นั้นเองทุกคนก็ได้พากันวิ่งหนีตายไปคนละทิศคนละทาง คุณย่านั้นได้ไปเหยียบตอไผ่ได้แผลลึกแล้วก็ยาวเกือบคืบ เดินต่อไปไม่ไหว พอดีก็มีผู้ชายกลุ่มเดียวกันมาเจอเข้าก็เลยแบกขึ้นหลังไปด้วย

พอทุกคนไปถึงหมู่บ้านที่มีงานนั้นก็เจอเพื่อนอีกหลายคนที่มาด้วยกัน ทุกคนนั่งรออยู่แล้ว ทุกคนก็เริ่มคิดว่าแล้ววันนี้จะกลับบ้านกัน ยังไง ก็ได้ข้อสรุปว่าจะไปขอให้นายบ้านนั้นเป็นคนไปส่ง นายบ้านก็ได้ไปตามเกวียนมาอีก 3 เล่มพาทุกคนไปส่งถึงบ้าน พอไปถึงพี่สาวย่ากับย่า ก็กินยาต้ม เอายาใส่แผล แล้วก็นอน ตกลางในคืนนั้นคุณย่าก็ฝัน ความฝันนั้นเป็นความฝันที่เหมือนจริงมาก ย่าฝันว่าเพื่อนคนหนึ่งของพี่สาวชื่อ ว่าเกลี้ยง มายืนเรียกพี่สาวของย่าอยู่หน้าบ้าน แล้วพี่สาวของย่าก็เดินออกไปหา ทั้งหมดนั่งคุยกันอยู่ที่ใต้ถุน เพื่อนของพี่สาวย่าที่ชื่อว่าเกลี้ยงนั้น ก็บ่นออกมาว่า “เป็นอะไรก็ไม่รู้ เจ็บไปทั้งตัวเลย” พูดไปก็ชี้ให้ดูรอยจ้ำๆแดงๆตามตัว แล้วย่าเกลี้ยงก็พูดอีกว่า “เจ็บมาก เหมือนจะไม่สบาย พรุ่งนี้ไปเยี่ยมข้าหน่อยนะ” ย่าเกลี้ยงพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็เดินหายไป

เช้าวันต่อมาคุณย่าก็ได้ยินข่าวการตายของย่าเกลี้ยง ทุกคนนั้นต่างตกใจจนลืมคิดไปว่าย่าเกลี้ยงเองนั้นก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ไปด้วยกัน เมื่อคืนนี้ ย่าเกลี้ยงหายไป ย่าเกลี้ยงไม่ได้ไปโผล่ที่บ้านงานแล้วก็ไม่ได้เดินทางกลับมาด้วยกัน ไปตามดูที่บ้านก็ไม่พบเจอตัวย่าเกลี้ยง หลายคน ก็เลยช่วยกันออกตามหา จนกระทั่งมีคนไปพบย่าเกลี้ยงติดอยู่ในดงหวาย โดนหนามดำทั้งตัว ย่าเกลี้ยงนั้นทนความเจ็บปวดไม่ไหวสิ้นใจตายลง ก่อนที่จะถึงบ้านที่จัดงาน ในบ้านพอรู้ข่าวก็เลยมาถามกับย่าว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ย่าก็เลยเล่าเรื่องทุกอย่างให้นายบ้านฟัง นายบ้านจึงพูดขึ้นมาว่า “พวกเอ็งไม่รู้หรือว่าทางนั้นไม่มีใครเขาเดินผ่านกันแล้ว ขนาดกลางวันแสกๆมันยังหลอกเลย”
แล้วนายบ้านก็เลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่า ที่บริเวณนั้นเคยมีสองผัวเมียที่เพิ่งจะแต่งงานได้ไม่นานไปอาศัยอยู่ ฝ่ายเมียนั้นตั้งท้อง อ่อนๆ มีอยู่วันหนึ่งผัวนั้นได้ลงไปจับปลาที่บึงข้างบ้าน แล้วเผอิญทางฝ่ายเมียนั้นก็เกิดปวดท้องจึงเดินเข้าป่าไปเพื่อไปทำธุระ ฝ่ายผัวเห็นเมีย หายไปนานก็เลยเดินเข้าไปดู ก็ได้เห็นเมียของตัวเองนั้นถูกงูกัดตาย หลังจากทำพิธีศพเรียบร้อยก็เฮิ้ยนหนัก จนตัวของผัวเองก็อยู่ต่อไปไม่ได้ นายบ้านก็เล่าต่อไปว่า ฝ่ายผัวเล่าให้ฟังว่าหลังจากมีตายได้ไม่กี่คืนผัวนั้นกำลังนอนหลับอยู่ กลางดึกก็ตื่นขึ้นมาเห็นเมียที่ตายไปแล้วมานอน จ้องหน้าอยู่ข้างๆแล้วก็ส่งยิ้มให้ ใครจะไปอยู่ไหว ผัวจำต้องทิ้งบ้านให้กลายเป็นบ้านร้าง เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้…