น้ำตกหลอนที่จันทบุรี

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2550 ตอนนั้นคุณต้นได้ไปทำงานถ่ายทำรายการเพลงลูกทุ่ง และโปรโมทเพลงให้ศิลปินลูกทุ่งเพื่อชีวิตท่านนึง ขอแทนว่า นักร้องอ.อ่าง ตัวคุณต้นนั้นเป็นทีมงานจัดรายการของจันทบุรีและคอยเป็นหน่วยรองรับศิลปินและคณะดีเจจากชลบุรี แพลนที่ว่าไว้ก็กะว่าจะไปถ่ายทำรายการนอกสถานที่และมีมินิคอนเสริตบนลานน้ำตก แต่ว่าวันนั้นฝนก็ตกลงมาทั้งวัน ทีมงานทั้งของจันทบุรี ชลบุรี และทีมงานของศิลปิน 100 กว่าชีวิตก็รอฝนหยุด

ทางทีมงานก็เลยคุยกันว่าจะรอให้ฝนหยุดไม่ได้ เลยตัดสินใจว่า ตรงซุ้มทางเข้ามีห้องโถง 2 ห้อง ก็ให้ฝั่งนึงเป็นเวที อีกฝั่งนึงก็ให้เป็นคนดูและบรรดาแฟนคลับมานั่ง โดยทุกคนลืมนึงไปว่า ข้างบนมีศาล ซึ่งเป็นศาลที่ทุกคนในจันทบุรีรู้จัก เป็นศาลที่เจ้าหน้าที่อุทยานป่าไม้ทุกคนให้การนับถือ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ก็จะต้องมาไหว้ที่ศาลนี้ แต่ด้วยความที่ฝนตก ทุกคนก็ลืมและก็รีบที่จะทำกิจกรรมให้เสร็จ พอประมาณบ่าย 3 ทุกอย่างก็เสร็จ และฝนก็หยุดตกพอดี ทางทีมงานก็มีความคิดว่า อยากจะขึ้นไปทำกิจกรรมข้างบนเพราะว่าคนดูมาเยอะ ก็อยากจะเริ่มกิจกรรมที่ยกเลิกไปทีแรก แล้วก็ทุกคนก็เดินขึ้นไปบนลานน้ำตก ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับศาลนั้นแหละ ก็ทำกิจกรรมต่อจนเสร็จประมาณบ่าย 3 ครึ่งก็กำลังจะกลับ ทีมงานจากจันบุรีก็ไปส่งทีมงานจากชลบุรีขึ้นรถบัสกลับ แต่มีดีเจคนนึง ชื่อว่า น้องเปิ้ล เป็นดีเจของชลบุรี อยู่ดีๆ ก็ล้มฟุบลงไปแล้วก็ชัก คุณต้นก็เข้าไปดูว่าเป็นอะไร อาการก็เหมือนเป็นลมชัก ซึ่งคุณต้นก็ไปถามทุกคนที่รู้จักกับน้องเปิ้ลที่มาจากชลบุรี เพราะคนต้นก็ไม่รู้จัก คุณต้นก็ถามว่า น้องเป็นลมชักหรือเปล่า เขาก็ตอบกลับมาว่า เปล่าๆ เขาไม่ได้เป็นแน่นอน ระหว่างที่น้องเปิ้ลชักอยู่นั้นและพูดว่า ทำไมไม่บอก ทำไมไม่บอก พูดอยู่อย่างนี้ ทุกคนก็คิดเหมือนกันว่าคงโดนเข้าแล้ว และทำไรไม่ถูก ก็เลยเอาน้องเปิ้ลออกไปจากอุทยานน้ำตกก่อน รถก็ขนคนบางส่วนลงไป คนที่เหลือก็วิ่งตามลงไป ก็มีเพลิงหมาแหงนอยู่หลังนึงเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ของคนที่อยู่ที่นี่ เปิดตำหนักพ่อปู่อยู่พอดี

แล้วก็อุ้มน้องเปิ้ลไปให้ท่าน ท่านก็ทำพิธี พ่อน้ำมนต์ น้องเปิ้ลก็สงบลงไป แต่ก็สงบลงไปยังไม่ทันถึง 5 นาทีน้องเปิ้ลก็ลุกขึ้นมาชักอีก คราวนี้หนักกว่าเดิมและก็พูดขึ้นมาอยู่คำนึงว่า ทิดทอง ทิดทอง ซึ่งตอนนั้นก็ไม่มีใครเข้าใจว่า ทิดทอง คืออะไร แต่พอมานึกดีๆ ด้านหลังของ ม.ราชภัฎรำไพพรรณี จะมีศาลเพียงตาที่เป็นศาลของเจ้าแม่ทิดทอง และพ่อปู่ก็เล่าให้ฟังอีกว่ เดิมทีก่อนที่จะเป็นเจ้าแม่ เคยเป็นสนมรับใช้ของกษัตริย์ และก่อนที่คนจะตาย เขาไม่ได้ชื่อนี้ พอตายไปแล้วจำชื่อตัวเองกลับกัน ตอนที่เจ้าแม่ทิดทองมีชีวิตอยู่ เขาชื่อว่า ทองทิด หลังจากนั้นนักร้องอ.อ่างที่เดินตามลงมา ก็เห็นน้องเปิ้ลชักและพูดทิดทองๆ นักร้องก็พูดขึ้นมาว่า ท่านต้องการอะไร น้องเปิ้ลก็ตอบว่า ทำไมมาแล้วไม่บอกกัน นักร้องก็บอกว่าเอางี้ เดี๋ยวเราจะขึ้นไปขอขมาที่ศาล เราจะไปไหว้ และถามว่าถ้าเราไปไหว้แล้วท่านจะออกมั๊ย ท่านบอกว่า ออก นักร้องก็ถามต่ออีกว่า ท่านต้องการอะไร ท่านบอกว่า อยากฟังเพลง นักร้องถามต่อว่า เพลงอะไร ท่านตอบว่า เพลงทิดทอง อารมณ์นั้น เพลงทิดทองคือเพลงอะไร อาการของน้องเปิ้ลก็ยังคงนอนชักน้ำลายฟูมปากเหมือนคนโดนยา แล้วนักดนตรีก็สะพายกีตาร์โปร่งเดินขึ้นไปบนน้ำตก ส่วนน้องเปิ้ลถูกอุ้มขึ้นรถมารออยู่ข้างบน ระหว่างที่เดินขึ้นมาอยู่ดีๆ น้องแหม่ม ที่เป็นรุ่นน้องของคุณต้นที่มาฝึกงาน เป็นน้องผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็วิ่งกระโจนเหมือนกับลิงและขึ้นไปนั่งยองๆชันเข่าอยู่หน้าศาล แล้วก็หัวเราะเป็นเสียงผู้ชายพร้อมกับพูดว่า

หึๆๆๆ มาๆ พวกเองมา แล้วน้องแหม่มก็ชี้มาที่คุณต้นและพูดว่า มานี่ มานี่ แล้วก็หยิบธูปมากำใหญ่ๆ และให้จุดธูป คุณต้นก็ค่อยคลานเข้าไป พอจุดธูปเสร็จก็ส่งให้ทุกคนถือไว้คนละดอก ณ เวลานั้น เจ้าหน้าที่อุทยานกรมป่าไม้ทั้งหมดก็มาหมอบคลานกันอยู่หน้าศาล น้องแหม่มก็พูดขึ้นมาอีกว่า มากันทำไมไม่บอก ส่วนน้องเปิ้ลก็นอกชักอยู่ที่หน้าศาลและก็พูดทิดทอง ทิดทอง อยู่เหมือนเดิม น้องแหม่มก็บอกอีกว่าให้ไปเอาดอกไม้มาเดี๋ยวทำพิธี เจ้าหน้าที่อุทยานก็วิ่งไปตัดดอกไม้มา แต่ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ท่านนี้ถึงไปตัดดอกหน้าวัวมา คราวนี้น้องเปิ้ลก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลย และพูดว่า มึงไม่รู้เรื่องเลยหรือไง มึงเอาดอกหน้าวัวมาไหว้กูได้ยังไง แล้วน้องเปิ้ลที่นอกชักอยู่ก็ยิ่งร้องกรี๊ดใหญ่เลย เหมือนกับว่าทำให้ไม่พอใจ เจ้าหน้าที่อุทยานก็เลยต้องวิ่งไปที่เชิงเขาไปเด็ดดอกไม้ 3 สีมาใหม่ พอมาถึงก็เริ่มอารมณ์เย็น น้องแหม่มก็ถามว่า น้องเปิ้ลที่นอนชักอยู่ว่า ทิดทอง จะเอาอะไร น้องเปิ้ลตอบว่า จะเอาของ จะเอาของ ตอนที่ได้ยินก็ไม่มีใครรู้ว่า ของที่ว่าคืออะไร จนมีผู้ใหญ่คนนึงมาบอกว่า ให้วิ่งลงไปเอาผลไม้มา 3 อย่าง ซึ่งระยะทางก็เป็นกิโล เจ้าหน้าที่ก็ขับมอไซด์ลงไป ระหว่างนั้นน้องแหม่มก็บอกว่า ให้ร้องเพลง นักร้องอ.อ่างก็ร้องเพลงเล่นกีตาร์กันกลางสายฝนที่ตกปอยๆ พอร้องเสร็จ ผลไม้ก็มาถึง ก็ถวายผลไม้ แล้วน้องแหม่มก็ทำพิธีบริกรรมเป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้ ฟังไม่รู้เรื่อง ทำน้ำมนต์แล้วก็ราดน้ำมนต์ไปที่น้องเปิ้ลและให้น้องเปิ้ลกินน้ำมนต์ พอน้องเปิ้ลก็น้ำมนต์เข้าไปก็ล้มฟุบลงไปเลย ซักพักน้องเปิ้ลก็ฟื้นขึ้นมา น้องเปิ้ลถามว่า ทำไมหนูถึงมานอนอยู่ตรงนี้ แต่ทุกคนก็ไม่กล้าพูดอะไร แล้วก็มาไขปริศนา

ตอนที่เขาบอกว่า อยากฟังเพลงทิดทอง ก็คือ อยากฟังน้องเปิ้ลร้องเพลง ก็เลยให้น้องเปิ้ลร้องเพลงหน้าศาลอีกครั้งนึง พอน้องเปิ้ลร้องปุ๊ป น้องแหม่มก็เป็นลมล้มฟุบไปเลย เหมือนว่าออกไปกันหมดแล้ว ทุกอย่างจบ ณ เวลา 4 โมงกว่าๆ คุณต้นและทีมงานจากจันทบุรีก็มาส่งทุกคนอีกครั้งนึง รถก็กำลังจะออก น้องเปิ้ลก็กลับมาชักอีกครั้งนึง กลับมาเป็นทิดทองเหมือนเดิม ทุกคนที่อยู่บนรถ 60 กว่าคนก็แตกตื่น จนนักร้องอ.อ่างวิ่งเข้ามา พูดกับน้องเปิ้ลว่า ในเมื่อเราทำตามที่ท่านพูด แล้วท่านไม่ได้เป็นผีหรือสัมภเวสี ท่านเป็นเหมือนเทพ ทำไมท่านไม่รักษาคำพูดหละ เจ้าแม่ในร่างของน้องเปิ้ลก็บอกว่า ท่านชอบน้องเปิ้ล ก็เลยมาส่ง ทุกคนก็นิ่งและกลับชลบุรีไปแบบเงียบกริบ หลังจากนั้นทุกคนก็พยายามติดต่อน้องเปิ้ล คอยถามว่าเป็นยังไงบ้าง จนผ่านไป 1 อาทิตย์เจ้าแม่ทิดทองก็ตามไปถึงชลบุรี ตามไปทุกวัน น้องเปิ้ลมีแฟน ตอนกลางคืนก็นอนอยู่กับแฟน ซักตี 1 ตี 2 น้องเปิ้ลก็ลุกขึ้นมาร้องโหยหวน และร้องทิดทอง ทิดทอง แล้วแฟนน้องเปิ้ลก็ไม่ชอบและไม่กลัว ก็พูดออกไปว่า ถ้าเป็นอย่างนี้จะสาบแช่งไม่ให้ผุดไม่ให้เกิด เจ้าแม่ก็บอกอีกว่า น้องเปิ้ลถึงคาดแล้ว เขาจะเอาชีวิตและจะเอาไปอยู่ด้วยที่น้ำตกแห่งนี้ หลังจากนั้นแฟนของน้องเปิ้ลก็พาน้องเปิ้ลไปหาร่างทรง ก็ได้วิธีแก้มาก็คือ ต้องให้น้องเปิ้ลไปบวชชีจริงๆเป็นระยะเวลา 15 วัน ที่วัดอัมพวา จ.สิงห์บุรี

แล้ววันที่น้องเปิ้ลไปบวช น้องเปิ้ลก็เห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยยืนรำอยู่หน้าวัด โดยที่คนอื่นไม่เห็น หลังจากน้องเปิ้ลบวชชีครบ 15 วัน น้องเปิ้ลก็กลับมาเป็นปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับน้องเปิ้ลแล้ว