ถ้ามีใครในกลุ่มเพื่อนพวกเราเสียไป ยังไงก็ต้องเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ

เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดพึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้เอง เรื่องราวของคุณตุ๊กตามีอยู่ว่าตุ๊กตามีเพื่อนสนิทอยู่ 2 คน คนแรกชื่อกิ๊ก อีกคนชื่อแหม่ม กิ๊กเป็นเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาลและคบกันมาจนทุกวันนี้ส่วนแหม่มนั้นพึ่งสนิทกับตอนที่ตุ๊กตาย้ายมาเรียนที่สมุทรสาคร ทั้ง 2 คนเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของคุณตุ๊กตา หลังจากทั้ง 3 คนเรียนจบ

ก็ทำงาน ดำเนินชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป จนกระทั่งแหม่มได้มีโอกาสไปเที่ยวที่บ้านเกิดของตุ๊กตา ซึ่งตุ๊กตาเกิดและโตที่ จ.เพชรบูรณ์แหม่และกิ๊กก็เลยมีโอกาสได้รู้จักกัน พอดีแหม่มเขาอยากมีบ้านที่ ตจว.ให้แม่อยู่เพราะเดิมทีครอบครัวของแหม่มนั้นอาศัยเช่าบ้านอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร หลังจากที่แหม่มได้ที่ดินที่ จ.เพชรบูรณ์ก็ไปปลูกบ้านไว้ที่นั่น แต่ตัวแหม่มเองยังคงทำงานที่กรุงเทพ จนสักพักได้ย้ายงานไปทำที่ จ.พิษณุโลก ส่วนตุ๊กตาก็ยังคงอาศัยอยู่ที่ จ.สมุทรสาครเช่นเดิม นานๆครั้งทั้ง 3 คนจะได้มารวมตัวกัน แล้วเช้าวันที่ 4 สิงหาคนก็มาถึง วันนั้นแหม่มโทรมาหาตุ๊กตาแล้วบอกว่าจะมาหาที่บ้านที่มหาชัย ค่ำวันนั้นเวลาประมาณ 3 ทุ่มครึ่งตุ๊กตาเดินออกไปนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านก็พอดีเห็นแหม่มเดินเข้ามา ก็เลยทักออกไปว่า “อ้าว แกมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่” แหม่มก็ตอบว่า”ถึงเมื่อกี้เอง ตอนที่แกเดินออกมาพอดีนั่นแหละ” ตุ๊กตาเลยบอกว่า “เออๆ เข้ามาบ้านก่อน”

แหม่มจึงพูดขึ้นมาว่า “แกเรียกใครวะ บอกชื่อด้วยสิ” คือเนื่องจากว่าตุ๊กตาเป็นคนกลัวผีมากและจะถือ เวลาจะเรียกใครขึ้นรถหรือเข้าบ้านก็มักจะเรียกชื่อตัวก่อนซึ่งแหม่มก็มักจะชอบอำเล่นอยู่บ่อยๆ หลังจากทั้งคู่เดินเข้ามานั่งพักในบ้านแล้ว ตุ๊กตาก็เอ่ยกับเพื่อยสนิทว่า “นั่งก่อนแก เดี๋ยวสักพักค่อยไปหาอะไรกินกัน” แต่แหม่มกลับพูดว่า “นั่งรถมาเพลียมาก มีบะหมี่ซองบ้างมั้ย ดีกว่า ไม่ได้กินกันแบบเด็กหอมานานมากและ” ตุ๊กตาเลยพูดว่า “อ้าว แล้วแกมารถอะไร” แหม่มตอบว่า “ชั้นมารถตู้ ขี้เกียจขับรถมาเอง กระเป๋าก็ไม่ได้เอามา” แล้วเพื่อนสนิททั้งสองก็นั่งคุยกันเรื่องอื่น สัพเพเหระไปอีกสักพัก จู่ๆแหม่มก็บอกขึ้นมาว่า “แกๆ ชั้นปวดหัวด้านขวา แล้วก็รู้สึกเจ็บๆตรงซี่โครงด้านขวาด้วย เหมือนจะไม่สบาย ตัวลอยๆโหลงเหวงยังไงก็ไม่รู้” ตุ๊กตาจึงพูดว่า “อาจจะเป็นเพราะว่าแกนั่งรถมานานเอางี้ พักไปก่อน เดี๋ยวชั้นไปต้มบะหมี่มาให้” พอต้มเสร็จก็ยกออกมาให้แหม่มกิน ระหว่างนั้นทั้งคู่ก็ยังนั่งคุยกันไปแหม่มก็กินบะหมี่ไป

สักพักโทรศัพท์ของตุ๊กตาก็ดังขึ้น เสียงจากปลายสายนั้นเป็นเสียงของพี่ชายคุณตุ๊กตาเอง สิ่งที่ได้ยินจากปากพี่ชายนั้นเป็นสิ่งที่คุณตุ๊กตาไม่อยากจะเชื่อว่ามีจริงๆ (เดี๋ยวเอาไว้จะเฉลยตอนท้ายเรื่อง) หลังจากตุ๊กตาคุยโทรศัพท์กับพี่ชายเสร็จก็วางโทรศัพท์ลงแล้วตุ๊กตากับแหม่มก็หันหน้ามามองกัน ตุ๊กตาก็เอ่ยขึ้นมาว่า “เออแหม่ม เดี๋ยวชั้นไปอาบน้ำก่อน แกนั่งกินไปก่อนก็ได้ ไม่ต้องตามไปล่ะ เดี๋ยวชั้นมา” หลังจากตุ๊กตาอาบน้ำเสร็จเปิกประตูห้องน้ำออกมา ก็เห็นแหม่มยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ตุ๊กตาจึงถามว่า “แกมาทำอะไร”แหม่มก็บอกว่า “ปวดฉี่น่ะ” ตุ๊กตาก็บอกว่า “เออๆ เข้าไปฉี่ก่อนเดี๋ยวชั้นใส่เสื้อผ้าก่อน แกไม่ต้องเปิดประตูพรวดพราดเข้าไปนะ” พอตุ๊กตาแต่งตัวใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย เดินลงมาก็ยังเห็นแหม่มนั่งอยู่ที่ห้องโถง ตุ๊กตาจึงบอกว่า “แก เดี๋ยวชั้นจะขึ้นไปไหว้พระ
แกจะไปด้วยกันไหม” แหม่ตอบกลับมา “ไม่ละ ตามสบายแกเถอะ” แล้วตุ๊กตาก็ไหว้พระเสร็จลงมาเห็นแหม่มนั่งที่ห้องรับแขกเหมือนเดิมแหม่มหันมาบอกว่า “ขอบใจนะ” แล้วตุ๊กตาก็หยิบหนังสือ โทรศัพท์มือถือและกุญแจ เดินออกไปนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านเพื่อรอพี่ชายและแฟน ที่กำลังกลับมา

นั่งอยู่ได้ครู่เดียวแหม่มก็เดินมาหาตุ๊กตา แล้วพูดว่า “แก ถ้าเกิดชั้นไม่ใช่คนแล้วแกจะกลัวชั้นมั้ย” ตุ๊กตาได้ยินแบบนั้นจึงสวนกลับไป”บ้าหรอ ถามอะไรบ้าๆ” แล้วแหม่มก็ลุกขึ้นพร้อมกับพูดว่า “อืมๆ ชั้นไปแล้วนะ” แล้วแหม่มก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้าน เป็นจังหวะที่พี่ชายและแฟนกลับมาพอดี ประมาณ 4 ทุ่มครึ่งเห็นจะได้ พอตุ๊กตาเห็นพี่เท่านั้นก็รีบวิ่งเข้าไปหาพี่ ร้องไห้กอดพี่แน่น ทำอะไรไม่ถูกจริงๆ แฟนก็เลยถามว่า “เป็นอะไร” ณ เวลานั้น ที่กลับมาไม่ได้มีแค่พี่ชายและแฟนเท่านั้น ยังมีพี่ชายและพี่สะใภ้ของแหม่มติดมาด้วย ตุ๊กตาร้องไห้ไปพูดไป บอกทุกคนว่า “ตอนนี้แหม่มอยู่ในบ้าน มาหาตั้งแต่ 3 ทุ่มครึ่งแล้ว” เท่านั้นทุกคนก็รีบกรูกันเข้าไปในบ้านแต่ก็ไม่เจอแหม่ม ทุกคนดูตกใจมาก เพราะบทสนทนาที่พี่ชายโทรมาคุยกับตุ๊กตาระหว่างที่ตุ๊กตานั่งคุยกับเพื่อนสนิทอยู่นั้น มีดังนี้

แหม่มรถคว่ำเสียชีวิตคาที่ อยู่ที่สิงห์บุรี ตุ๊กตาเข้าใจได้ทันทีว่า ที่แหม่มบอกว่าปวดหัวและเจ็บที่ตัวนั้นอาจเพราะว่าแหม่มยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองได้เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนที่ตุ๊กตาเข้าห้องพระไปไหว้พระนั้น ตุ๊กตาไปนั่งสวดมนต์อุทิศบุญกุศลให้เพื่อนสนิทพอเดินลงมาแล้วแหม่มกล่าวคำว่าขอบใจนั้น แหม่มน่าจะรู้ตัวแล้วว่าตัวเองเสียชีวิต และตอนที่ตุ๊กตามานั่งรอพี่ชายที่หน้าบ้าน แหม่มเดินมาถามว่ากลั่วไหมถ้าเกิดเขาเป็นผี ตุ๊กตายังตอบในใจด้วยว่า แหม่มชั้นรักแกนะ แกก็รู้ว่าชั้นกลัวมาก อย่ามาแบบนี้เลยชั้นจะทำบุญให้แกบ่อยๆ และก่อนที่แหม่มจะลุกขึ้นเดินหายเข้าไปในบ้านนั้น ตุ๊กตาก็ยังได้ยินอีกว่า “ชั้นขอโทษนะ ชั้นรักแกก็เลยอยากมาหาแกเป็นคนแรก ชั้นเองก็พึ่งจะรู้ตัวก็ตอนที่แกสวดมนต์ เพราะว่าชั้นได้ยินเสียงแกเรียกชื่อชั้นนั่นเอง”

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นไม่นานนี้เอง ในขณะนี้(ในขณะที่เล่า)ร่างของแหม่มก็ยังคงตั้งสวดอภิธรรมอยู่ที่ จ.เพชรบูรณ์ระยะเวลาที่ 2 เพื่อนสนิทอยู่ด้วยกันไม่ถึง 1 ชม. เต็ม แต่ตุ๊กตายืนยันได้ว่ามันยาวนานเหมือน 10 ปีทีเดียว เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้