ผีเร่ร่อนตามผีพี่สาวมาถึงบ้านเพราะพ่อจุดธูปเรียกมากินข้าว

ถ้าเรื่องผีเราว่าของเราน่ากลัวสุด เพราะนอกจากเจอผีในครอบครัวตัวเองแล้วยังเจอผีเร่ร่อนที่พ่อเรียกเข้ามา เรื่องคือพี่เราโดนรถเมล์เหยียบหัวแถวๆสีแยกตรงจรัญ เสียชีวิตคาที่ (เรื่องจริงเคยออกข่าว) และด้วยที่พ่อทำใจไม่ได้ปักธูปเรียกให้กินข้าวเช้าเย็นเลยจ้ะ พี่ที่เสียเป็นผู้หญิง และเป็นลูกติดพ่อ เราเป็นลูกติดแม่ไม่เคยเจอกันมาก่อน ซึ่งตอนที่พี่เขาเสียใหม่ๆ พ่อเราประสาทกินเลย เป็นบ้าไปช่วงนึง ทุกวันเขาจะเรียกให้พี่เขากินข้าว โดยการเอาข้าวปักธูปไว้และเรียกกิน ทั้งเช้าเย็นไม่ว่าจะไปกินข้าวข้างนอกก็ทำ พ่อทำใจไม่ได้ถึงขนาดเก็บทุกอย่างที่เป็นของพี่เขา ทุกอย่างรวมถึงเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดในวันที่พี่เขาโดนชนก็เก็บไว้ในห้องนอนพี่เขา

และด้วยที่เราไม่สนิทไม่เคยเจอ (ตอนนั้นอยู่คนละบ้านกับพ่อ) พ่อมานอนที่บ้านเรา แต่มีช่วงนึงแม่ต้องไปนอนบ้านพ่อช่วยงานศพ เราเลยอยู่คนเดียว และเราก็ไม่ได้กลัวหรือไม่ได้คิดอะไร ช่วงนั้นชอบเล่นเกมเดอะซิมส์มาก ช่วงปิดเทอมเราก็เล่นยันตี2-3ทุกวัน แต่จะแปลกใจอย่างคือชอบรู้สึกว่ามีคนอยู่ในห้องด้วย แต่ก็คิดว่าเป็นกุมารในห้องเราหรือเปล่าก็เล่นเกมไป แม่ก็ไม่ได้กลับบ้านเลย จนมาวันพระ วันนั้นจำได้ดีว่าเลิกเล่นเกมตอนตี2ครึ่ง วันนั้นจำได้ว่านอนไม่หลับและปิดไฟในห้องหมดแล้วทีนี้เรามองไปที่ปลายเท้า ก็เห็นคนอ้วนรูปร่างใหญ่มาก เราก็คิดว่าเป็นผ้าขนหนูแขวนกับตู้เสื้อผ้าไม่ก็เป็นพัดลม เพราะตู้เสื้อผ้าอยู่ปลายเท้า แต่เราหันมาก็เห็นว่าข้างๆเงานั้นคือพัดลม เราก็แล้วเงาไรว้ะ เลยลุกขึ้นนั่งมาดู ตอนนั้นไม่ได้กลัวเลยเพราะไม่คิดว่าเป็นผี พอเราลุกจากหมอนแล้วยื่นหน้าไป ตอนนั้นแบบภาพไม่นิ่งขยับตัวได้ปกติ ไม่เหมือนคนที่เจอผีแล้วขยับตัวไม่ได้ ขยับได้ปกติเลย เงานั้นผีแน่นอน เขายืนมอง ไม่ยิ้มหน้านิ่งๆ ขยับเล็กน้อย เรานี่เชี้ย ไม่หายว้ะงั้นล้มลงนอนหลับตาและลืมตาใหม่อีกที

พอหลับตาแล้วลืมตาใหม่ มาดู สรุป เฮ้ยไม่หาย ไม่หาย คือมันไม่หาย และเขาค่อยขยับมาค่อยๆขยับมาข้างๆ เราได้แต่หลับตาปี๋ พยายามให้หลับ กลัวมากกกกจนหลับไป และแม่กลับมาเราก็เล่าให้แม่ฟังว่าหนูเจอใครไม่รู้(ไม่รู้ว่าใคร) ตัวใหญ่เป็นผู้หญิง เขาอยู่ปลายเท้ามาหาตอนวันพระ แม่ได้ยินแม่เงียบ และอีกวันพ่อก็พาไปบ้านพ่อ และก็พาเราไปที่รูปศพพี่เขา แล้วตอนที่เห็นรูปคือมันใช่อ่ะ คือพี่เขาเลยเว้ย พี่เขาเป็นผู้หญิงอ้วน ประมาณ100โลได้ ผมสั้น ซึ่งเหมือนกับเงาที่เราเจอ เราก็ว่าทำไมเงานั้นรูปร่างใหญ่ พ่อบอกว่าพ่อชอบเรียกให้เขาไปไหนมาไหนด้วย วันนั้นพ่อคงลืมเรียกกลับบ้าน เราก็แบบเออแต่เขาก็ไม่ได้มาสภาพเละๆอะเนอะถึงแม้ตอนเขาเสียคือศพโดนรถเมล์เหยียบหัวก็นึกเอา จนงานศพจบลง พ่อเราให้ย้ายไปอยู่บ้านที่พ่ออยู่(ซึ่งเป็นบ้านที่พี่เสียเขาอยู่ด้วย) ที่ให้ย้ายเพราะบ้านเราเป็นตึกพานิชย์มี4ชั้น และชั้นล่างเป็นร้านเกมไม่มีคนดู พ่อต้องไปทำงาน และพ่อเราเป็นคนดวงแข็งมากๆๆ ไม่เคยเจออะไรและไม่กลัวเรื่องผีเลย ต่างจากเราที่เจอบ่อย เราเกิดวันศุกร์13 เวลา13.33 นาที ตามใบเกิดเดี๋ยวกลับบ้านจะถ่ายใบเกิดให้ดูเลยว่าเรื่องจริง แต่ไม่ได้เห็นเป็นแม่หมอไรขนาดนั้น

ซึ่งบ้านหลังนี้เราเข้ามาเราก็ไม่รู้เนอะว่ามีอะไร รู้แค่ว่า บ้านเราตอนมาอยู่นั้นมีพ่อแม่ ลุงป้าและลูกลุงอีกสองคน ซึ่งตอนมาแรกๆดิฉันก็สำรวจบ้านอะนะ ดูทุกห้องยกเว้นห้องพี่เขา และก็ขึ้นไปดูห้องลุงกับป้าซึ่งอยู่ชั้นบนสุดติดกับดาดฟ้าและติดกับที่เก็บของ ซึ่งเก่ามากดูนู่นดูนี้ก็รู้สึกน่ากลัวว้ะ เหมือนคนมองตลอดต้องคอยหันมาดู แต่ก็ไม่คิดไร พอตอนกินข้าวเย็นเราก็เล่าให้ฟังว่าไปดูนู่นดูนี้มาคุยกันในครอบครัว จนเราบอกว่าขึ้นไปชั้นห้องลุงกับป้ามาด้วย ป้าก็หันมาถามทำหน้าตกใจถามว่า ไปคนเดียวหรอ เจออะไรไหม กล้าขึ้นไปได้ไง เราก็ใช่ทำไมหรอมันมีไรอ่ะ ป้าก็มองหน้าลุงและมองกันอยู่นานแล้วบอกไม่มีไรจ้ะ แล้วหัวเราะแห้งๆ และอยู่บ้านก็เหมือนคนทั่วไป แค่ทุกเช้าเย็น พ่อจะเอาข้าว จานใหญ่เหมือนคนที่เรากินปกติเลย มาให้หน้ารูปพี่เขาและปักธูปเรียกให้กินข้าว ทุกเช้าเย็น ถึงแม้ว่าจะไปกินร้านอาหารก็จะมีจานเปล่าไว้ข้างๆและเรียกเขากินตลอด เพื่อนเราไปกินข้าวด้วย คือตกใจ มันก็ถามนะทำไมต้องทำแบบนี้อ่ะ

เราก็บอกได้แค่ว่าอ่อ พ่อเรียกพี่เขากินข้าวอ่ะ ก็กินๆไปเหอะไม่มีไรหรอก เพื่อนก็ได้แต่มองหน้ากันแต่ไม่กล้ากินอ่ะ พ่อเราทำแบบนี้ตลอด2ปีที่ผ่านมาเลย และตอนที่เราเข้าไปอยู่บ้านแรกๆ ลองนึกตามนะบ้านเราเป็นตึกพานิชย์ 4ชั้น ชั้นแรกเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว และจะมีชั้นลอย ชั้นลอยที่มองเห็นข้างล่างได้ ประมาณนี้ ซึ่งห้องนอนเราอยู่ชั้นลอย เราก็เดินเข้าออกห้องเรามาหยิบของนู่นนี้หน้าห้องที่อยู่ข้างๆบันได และเราเห็นว่ามีคนเดินขึ้นไปชั้นสาม เราก็นึกว่าเป็นแม่ เรากำลังจะเรียกแม่ แต่ได้ยินเสียงแม่ข้างล่าง เราเลยมองลงมาข้างล่างก็เห็นแม่พ่อลุงน้องอยู่ครบ เราเลยมองไปที่คนที่เดินขึ้นไป คือตอนที่เราเห็นขาเดินขึ้นไป ก็กำลังเดินขึ้นและเราก็ชะโงกหน้ามองลงไปก่อน พอหันกลับมา ขามันหยุด และพอเรามองขามันรีบวิ่งขึ้นไปเลย และที่ชัดสุดๆคือเห็นแค่ข้อเท้าขึ้นไปไม่มีอะไรเลย ไม่ตาฟาดเพราะเปิดไฟทั้งชั้นบนด้วย ซึ่งชั้นบนเป็นห้องนอนของพี่เขา ตอนนั้นคือกลัวมาก กลัวจนน้ำตาไหลวิ่งลงมาร้องไห้โฮกเลย บอกขาใครไม่รู้เห็นแค่ข้อเท้า และมีการหยุดให้เรามองด้วย แม่เราก็บอกตาฟาดหรือเปล่า พ่อบอกไร้สาระคิดไปเองบ้าง เพราะพ่อเราเป็นคนที่อยากเจอมากที่สุดแต่ไม่เคยจะได้เจอเลย นอกจากครั้งนั้นเราก็เจอตลอด เจอจนแบบแม่เราขอเลิกกับพ่อ เพราะเราเจอจนเราอยู่ไม่ได้ ไม่อยากนอนคนเดียว เจอจนเหนื่อยใจ อย่างเช่นกลับบ้านมาตอนดึกเราเปิดประตูมาก็จะเห็นเหมือนว่ามีคนมองจากชั้นลอย มองลงมาและหายไป ทุกครั้งที่รู้สึกอึดอัด ขนลุกขึ้นมา ได้แค่เดินช้าๆทำเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น เพราะถ้าวิ่งสติจะเตลิดเหมือนคนบ้า

และด้วยที่บ้านเราอยู่ใกล้ถนน เวลารถขับผ่านเยอะๆบ้านมันจะสั่นๆหน่อยๆ มีวันนึงแม่เรามานอนด้วย พอกลางดึกแม่ปลุกเราและบอกว่า ทำไมประตูห้องนอนเราสั่น และเหมือนมีคนผลักประตูตลอดเลย เราก็ตอบด้วยความเคยชิบไม่คิดอะไรบอกว่า ลมไง แม่บอกลมบ้าไร ในห้องก็เปิดแอร์และหน้าต่างก็มีหน้าบ้านเลย เราก็บอกรถขับผ่านเปล่าบ้านสั่นไรงี้ แม่ก็บอกอ่ะเดี๋ยวฟัง เราก็ฟัง ตอนนั้นตี2กว่า รถไม่มีขับผ่านแต่ประตูห้องเราสั่น กึกๆ ตึงๆ แม่เราเลยลุกไปดูเสียงก็เงียบไป แม่ก็ลองเปิดประตูดูก็ไม่มีอะไร ลมก็ไม่มี เรากับแม่ก็ได้แต่มองหน้ากัน หลังจากนั้นเราก็เริ่มคิดละว่ามันมีอะไรหรือเปล่านะ แต่ก็ยังนิ่งๆอยู่ พ่อก็ยังทำแบบเดิม ซื้อข้าวปักธูปเรียกไปไหนมาไหนก็เรียก เราก็เคยบอกกับแม่นะว่าทำแบบนี้พี่เขาไปเกิดไม่ได้ พ่อก็ยังแบบอยากให้เขาอยู่ก่อน และวันที่พี่เขาตายก็คือวันพระใหญ่พอดี และที่พ่อเป็นแบบนี้ส่วนนึงก็คือเวรกรรม พ่อเรามีลูกแท้ๆสองคน คนแรกเสียเจ็บป่วย เกิดมาได้สักขวบ ทรมานกว่าจะตาย คนที่สองก็คือพี่คนนี้เสียเพราะโดนรถเมล์เหยียบที่หัว ซึ่งมันมีเหตุมีผลมาจากที่ตอนพ่อเราวัยรุ่น พ่อเป็นนักเลงอันธพาล ไล่ตีเขาไปทั่วเคยไปรุมตีคนแรกจนเสีย และคนที่สอง

คนที่สองก็คือวิ่งไล่ตีเขาและยิงที่หัว เสียชีวิตคาที่ที่ป้ายรถเมล์ จะว่าบังเอิญก็ตรงไป เพราะคนแรกกว่าจะตายก็ทรมาน คนที่สองก็โดนเหยียบที่หัวโดยรถเมล์ พ่อเราแค้นและเจ็บมาก เพราะเวรกรรมไม่ลงที่เขาเลย ลงที่รอบตัวเขาหมด อะไรที่เขารัก เจ้ากรรมเขาเอาไปหมด พ่อเราเครียดหนักมาก จากคนที่ติดคุกมา20ปี ออกมาก็เปลี่ยนตัวเอง แต่เวรกรรมมันไม่เห็นใจ พี่เราที่ตายก็ตายวันพระใหญ่ เราเคยอ่านมาว่าคือวันที่เจ้ากรรมนายเวรออกมาทำนองนี้แหละ ต่อมาพ่อเราจับได้ว่าลุงกับป้าที่อยู่ด้วยกันแอบขโมยเงินไป พ่อเราเลยไล่ออกจากบ้าน ก็เหลือกันแค่3คน พ่อ แม่ และเรา และจะมีน้องข้างๆบ้านที่สนิทกันมาเล่นบ้างมานอนที่บ้านบางครั้ง และเราก็จะเล่นกับลูกคนข้างบ้านเพราะอายุเท่ากัน ก็จะมานอนกับเรา เราเลยไม่ค่อยเจอ จนรู้สึกว่าห้องนอนเราอยู่ชั้นลอย และหน้าห้องก็จะเป็นหิ้งพระ กับโต๊ะนั่งเล่น คนเลยชอบเดินไปเดินมา ด้วยความอยากได้โลกส่วนตัวจ้า เลยขอแม่ย้ายไปอยู่ชั้นลุงกับป้าที่อยู่ชั้นติดกับดาดฟ้าและห้องเก็บของบอกเลยโคตรหาเรื่องใส่ตัว ย้อนขึ้นไปอ่านจะอยู่ในช่วง 11-12 จะรู้เลยว่าทำไมป้ากับลุงถึงมองหน้า

พ่อก็ให้ย้ายไป ขนของไปข้างบน เงียบมากจ้าถูกใจสุดแม่เรียกใช้ไม่ได้เพราะอยู่ชั้น4 แม่ไม่ขึ่นมาเรียกจะเรียกคือโทรหา แต่พอมาอยู่ห้องลุงกับป้าเราก็แปลกใจที่ ประตูกับบันไดมันตรงกัน มันไม่ดีไงที่สร้างแบบนี้ และคิดดูนะก่อนจะขึ้นมาชั้น4 เราต้องผ่านห้องพี่ที่เขาเสียก่อนที่อยู่ปลายบันได แต่ยังไม่กลัวจ้ะเพราะอยู่กับเพื่อนข้างๆบ้าน นางมานอนกับเราทุกวันเลย แต่โคตรเกลียดคือห้องน้ำมันอยู่ข้างนอก ซึ่งต้องเดินออกมา และลองคิดนะอยู่ใต้บันไดชั้นดาดฟ้าที่ไฟมืดๆ และชั้นล่างตรงห้องน้ำคือห้องพี่เขา ตอนนั้นเริ่มรู้สึกว่าแม้งน่ากลัวอ่ะ อึดอัด มันวังเวงมากๆทั้งที่ตอนเช้า และแล้วไม่นานก็เริ่มทะเลาะกับเพื่อนที่อยู่ข้างบ้าน เริ่มมานอนไม่บ่อยจนสุดท้ายไม่มานอนเราก็นอนคนเดียวจ้า อยู่คนเดียวแรกๆก็โอเค แต่ได้แค่อาทิตย์เดียวเราเริ่มว่าไม่โอล้ะเพราะว่ารู้สึกคนมันมองตลอดอ่ะ เลยบอกแม่ว่าแม่หนูอยากย้ายลงมาที่เดิมอ่ะ แม่ก็บอกว่าพึ่งจะย้ายไปเองแม่ไม่ยอมจ้า เราก็เฟลๆ แต่ก็ทำไรไม่ได้เพราะโดนว่า เพราะต้องจ้างคนมายกที่นอนตู้เสื้อผ้า คือของเยอะไงและอยู่ไม่ถึงสองเดือน ก็ต้องทนอยู่ไป

และมีวันนึงเราดูคนอวดผี มีช่วงนึงที่ลูกเขาตายและพ่อแม่เก็บของลูกเขาไว้เรียกลูกไม่ให้ไปไหน เหมือนพ่อเราเลย พ่อเราทำมา2-3ปีล้ะ จนเราเห็นคุณริวบอกว่า เขาจะไปไหนไม่ได้นะ ให้เลิกทำ เราก็เลยว่าจะไปบอกพ่อดีกว่า แต่พ่อเราไม่ชอบริว บอกไปนางก็ไม่เชื่อแถมมาว่าเราอีก เรากับแม่ก็ได้แต่ปล่อยให้ทำไป จนผ่านไปสักสองเดือนมั่งพ่อมาบอกว่า ฝันถึงพี่เขา พี่เขามาหา แต่ไม่ได้พูดอะไร แต่รู้ว่าพี่เขามาบอกลา เพราะรู้สึกว่าเขาจะไป พ่อเราก็เล่าไปร้องไห้ไปนะ แบบเขาอยากเจอแต่ไม่เจอ พึ่งเคยจะฝัน เรากับแม่ก็สงสาร แต่นางก็ไม่เลิกทำที่เอาข้าวมาและปักธูปเรียกเนี่ย จนมีวันนึง เราฝัน ฝันที่มั่นใจว่าไม่ได้ดูหนังผี หรือดูหนังก่อนนอน ไม่ได้เจอใครแล้วเก็บมาฝัน ฝันที่เหมือนจริงมากและในฝันมันน่ากลัวมาก ฝันว่าเห็นพ่อซื้อข้าวเหมือนทุกๆครั้งและกำลังเอาธูปปักและเรียกพี่เขาตรงรูป ไปที่โต๊ะแต่ข้างๆโต๊ะที่พ่อเอาข้าววางเราเห็นเป็นคนผอมๆแห้งๆผิวดำ มายืนรอและมองมาที่อาหาร สภาพหิวมากและในฝันจะเปลี่ยนคนที่มารอกินไม่ซ้ำ แต่สภาพจะผอมๆดำๆแห้ง ผู้หญิงบ้างผู้ชายบ้าง แต่ในฝันพ่อเราไม่เห็นเขา

พ่อเราไม่เห็นคนที่มารอกินข้าว แต่ในฝันพ่อก็จะเรียกพี่เขาให้มากิน และในฝันผีพวกนั้นคือสัมภเวสีมารอกินแต่พวกนั้นรู้ รู้ว่าเราเห็น มันหันมามองเราและยิ้ม และบอกว่า กูจะอยู่ที่นี้แหละกูอิ่ม ในฝันคือแม้งน่ากลัวมากเพราะเราเรียกพ่อเราว่าพ่อรู้ไหมเอาให้ใครกินเนี่ย แต่พ่อเราไม่เห็น จนเราสะดุ้งตื่นมาเหงื่อท่วมตัว คือมันเหมือนจริง จริงแบบมากๆเว้ย เราเลยไปบอกแม่ แม่เราก็บอกคงจะจริงที่พี่เขาไปเกิดแล้ว และผีที่เข้ามาได้เพราะพ่อเรียกเข้ามา พอไม่มีพี่เขามันเลยมากินแทน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าในบ้านเนี่ยผีพี่เราหรือผีที่ไหน และเราเลยบอกแม่ว่าต้องให้พ่อเลิกทำแบบนี้ เรากับแม่ก็พยายามทำ ซึ่งหลังๆเรารู้สึกว่าในห้องนอนเรา เราไม่ได้อยู่คนเดียวเลย มันน่ากลัวและวังเวงมากๆ บรรยากาศรอบๆมันเริ่มแย่ จนเราทำให้พ่อเลิกทำได้คือเราบอกว่าเราดูรายการพระ แล้วเขาบอกให้ทำบุญเขาจะได้รับมากกว่า ทำบุญถึงเขาโดยเฉพาะ แถมยังได้บุญไปเกิด สารพัดที่จะบอก จนพ่อเชื่อพ่อเลิกทำจ้าาา เอารูปพี่เขาไปเก็บเน้นทำบุญให้โดยตรง เรากับแม่ก็ดีใจ แต่!! บอกเลยไอ้นี่ที่เจอหลังจากนี้โคตรจะจำไปตลอดก็คือผีสัมภเวสีเข้ามาหาเราโกรธเรามากที่ทำให้ไม่อะไรกิน และอีชั้นที่เราอยู่เนี่ยมันมีอยู่แล้วเพราะพ่อเราเคยซื้อของจากวัดสวนแก้วที่มีของเยอะๆ พ่อเรารับมาขาย

และมันติดมาจากของ หลายครั้งที่ข้างๆบ้านชอบมาว่าพ่อว่าทำไมให้คนวิ่งเล่นทั้งคืนที่ชั้น4 พ่อเราก็งง บอกไม่มี แต่ข้างๆบ้านก็บอกว่าได้ยินจริงๆ แต่พ่อเราทั้งๆที่อยู่ชั้นล่างต่อจากชั้น4คือไม่ได้ยินเลย ถ้ามีคนวิ่งเสียงดังจนข้างบ้านได้ยินเป็นไปไม่ได้ที่ชั้นล่างจะไม่ได้ยิน อะๆ หลายคนอาจจะงงนะว่าทำไมผีเข้ามาง่ายจัง บ้านเราเป็นบ้านเช่า ไม่มีศาล + พ่อไม่ทำบุญบ้าน ไม่ทำอะไรเลย อ่ะมาต่อตรงที่พ่อเลิกปักธูปเรียกพี่แล้ว เราก็อยู่ชั้น4นั้นแหละ แต่ถ้าเข้าห้องแล้วจะไม่ออกมาเข้าห้องน้ำเลยจะอยู่ในห้องเลย และตอนเช้าประมาณบ่ายๆเลย เราอาบน้ำในชั้นนั้นแหละ แต่เหตุการณ์นี่ที่ยอมย้ายทันทีเจอตอนเช้าเลย เราอาบน้ำปกติไม่ได้กลัวอ้ะ แต่ที่ยืนแทบไม่อยู่คือเราออกจากห้องน้ำ แล้วพอเงยหน้ามาเราเห็นคนตัวดำหมดหลายๆคนโผล่หน้าจากประตูห้องเราออกมายิ้มแหยะๆ แล้วหลบเข้าไปในห้องแบบช้าๆ หลายๆคน เรานี่นิ่ง ตอนนั้นรู้อย่างเดียวกุต้องออกจากตรงนี้ มันกลัวมากจนหายใจไม่ออก เหมือนคนจมน้ำอ่ะที่แบบกุต้องออกไปจากตรงนี้ ตะโกนเรียกใครก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะมันชั้น4แม่อยู่ชั้น1 เราได้แค่มองพื้นและเดินลงบันได ตอนลงบันได มันเป็นเวลาที่ช้ามากๆกับการทำใจว่ากุไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น และบันไดกับประตูห้องแม้งตรงกันอีก พอหันหลังให้กำลังจะลง

เสียงหายใจอยู่ตรงต้นคอ แรงมากแบบคนไม่พอใจมากๆ และได้ยินเสียงหัวเราะในหัว น้ำตานี่คลอพยายามเดินไปไวๆแต่ทำได้แค่ก้าวช้าๆ ตอนนั้นคิดเจอผีพี่กุยังไม่กลัวและทรมานเท่าผีจากไหนไม่รู้ วันนั้นเราลงมาร้องไห้กับแม่เลยแล้วบอกหนูไม่อยู่แล้วชั้นนั้น ไม่เอาแล้ว แม่ก็เลยบอกว่านอนห้องแม่ก่อน พ่อเราก็เลยยอมให้ย้าย เราเลยบอกให้เพื่อนผช ไปขนของลงมา แต่ไม่ขึ้นไปเลยนะ มาอยู่ที่เดิมที่ชั้นลอยที่มีหิ้งพระหน้าห้อง พอย้ายเสร็จพ่อเราเลยยอมเล่าว่าเรื่องของที่ไปซื้อมาจากวัดสวนแก้วแล้วมีผีติดมากับของ แต่พ่อเราเห็นว่ามันนานแล้วคงไม่มีแล้วเลยไม่ได้สนใจ และพ่อก็บอกว่ามันไร้สาระ แต่มันยังไม่จบเพราะหลังๆทุกคืนแม่เราจะเรียกให้เราไปช่วยปลุกพ่อ พ่อนอนหลับแล้วหายใจไม่ออก ดิ้นเหมือนคนจะขาดใจ ต้องช่วยกันปลุก เป็นอยู่สามคืน จนวันนึงเราได้ยินเสียงพ่อตะโกนเสียงดังเราก็นึกว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกัน เลยลงไปดูเราเห็นพ่อพังประตูและชี้ๆ บอกเนี่ยอีคนแก่เนี่ยที่เหยียบอกกุ แม่ก็แบบตะโกนบอกให้หยุดทำ พ่อก็ยังเดินตามไปเปิดประตูห้องนู่นห้องนี้ แล้วชี้เนี่ยอีแก่เนี่ย เห็นไหม แล้วตะโกนบอกจะเอาไงกับกุ ลูกกูก็เอาไปแล้ว แม่เราก็บอกหยุดทำ เพราะแม่กลัว แม่ไม่เห็น เราก็ไม่เห็นพอเห็นพ่อทำแบบนั้นเราก็กลัวด้วย จนสรุปอีกวันก็ไปหาพระ พระก็เลยให้ยันต์ท้าวเวสุวรรณมาแปะหน้าห้องนอน และขยันทำบุญมากๆ พระบอกดวงพ่อแข็ง และเจ้ากรรมนายเวรเขายังเอาหนักกว่านี้นะ และแม่เราก็เอาแปะหน้าห้องนอนก็ไม่มีเหตุการนี้เลยที่พ่อหายใจไม่ออกหรือเจออะไรในห้องอีกเลย และชั้น4 ก็ทิ้งเป็นที่เก็บของแบบปิดตายไม่ไปยุ่งเลย

แปะแค่ห้องนอนแม่จ้ะห้องนอนนี่ยังไม่แปะ ประตูห้องก็ยังกุกกักๆ ทั้งแม้งไม่มีลมเหมือนเดิมแต่ชิน พ่อก็ให้เอายันต์ไปติดนะ แต่ช่วงนั้นอยู่หอเลยไม่ติด จนว่างสักสองสามทุ่มเลยเอามาติดหน้าห้องนอนตัวเอง เราก็ถามพ่อต้องสวดมนต์ไรป่ะพ่อบอกอ่านที่ใบมีคาถาอยู่ เราก็จำได้นะว่าเอาคาถาไว้ตรงนี้ ยังพูดกับกระดาษเลยอยู่นี้นะไปเอาธูปแปป หันมาอีกทีอ้าวหาย หายไปไหนพัดลมก็ไม่มีลมก็ไม่มีหาแล้วหาอีกก็ไม่มี เริ่มตะงิดใจล้ะว่าต้องเป็นแบบนี้ อ่ะแต่ไม่เป็นไรกุอ่านบรรทัดแรกไว้จำได้อยู่หาในเน็ตก็ได้จ้า ตอนนั้นเริ่มคิดว่าถ้ากุจุดธูปจะมีไรปะวะ นี่มองธูปแล้วจุดไฟกำลังจะติด ไฟแม้งกำลังจะติดหมดทั้งหมด เราได้ยินเสียงจากด้านบนดานฟ้าแบบวิ่งลงมาหาเราอ่ะ เรานี่กำธูปและเรียกพ่อว่า พ่อแม่อยู่ไหน พ่อก็อะไร เรา แม่อยู่ไหนตอบ!! พ่ออยู่หลังบ้านไง พอเท่านั้นเรารู้แหละข้างบนไม่มีใครและเสียงวิ่งก็กำลังมาหาเราอ่ะ กุบอกเลยเจอบ่อยแค่ไหนก็ไม่ชิน กุวิ่งจ้าาาา วิ่งทั้งๆที่กำธูปแบบนั้นอ่ะมาหาพ่อ แล้วบอกเสียงคนวิ่งจากข้างบนมันวิ่งมาหาหนูๆ พ่อก็บอกแล้วทำอะไรอ่ะ ก็บอกแปะยันต์ไง แม่ก็เดินมา แปะวันพระเนี่ยนะ เอ๋อหรอ เราก็อ้าวก็ไม่รู้อ่ะ พ่อก็เลยบอกให้แม่ขึ้นไปเป็นเพื่อนทำให้เสร็จงั้นเดี๋ยวไม่ได้นอน พอขึ้นไปทำอีกไฟแช็คไม่ติด ครั้งที่สองติดไม่หมด จนครั้งที่สามถึงจะได้ และมันน่าแปลกคือพอแปะเสร็จ ประตูเราไม่มีเสียงกุกกักๆอะไรเลย ไม่มีเลยสักคืนเลยเงียบกริบ ทุกวันนียังมีนะ เจออยู่แต่บางครั้งเพราะบางทีเราทำบุญเขาก็ให้โชคบ้าง แต่ก็รู้สึกนะว่ามันยังมีอยู่โดยเฉพาะชั้น4 แต่ต่างคนต่างอยู่กุให้เลยทั้งชั้น จบ

หลายคนอาจจะสงสัยนะว่าทำไมเวรกรรมใครคนนั้นไม่ได้รับเองละ ทำไมตกที่ลูก ลูกบางคนเกิดมาใช้เวรกรรมแทนพ่อแม่ตัวเอง อาจเพราะชาติที่แล้วเขาอาจจะเป็นคนทำกรรมแล้วพ่อมารับแทนไปแล้วเลยสลับกัน ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมัน คนตายไม่ทรมานเท่ากับคนอยู่หรอกค่ะ ทุกวันนี้พ่อเราก็ยังร้องไห้คิดถึงก็มี ถ้าใครเจอผีหรืออะไร แนะนำทำบุญให้เขา เขาจะได้รับโดยตรงมากกว่า อย่าทำแบบพ่อเราที่ซื้อข้าวมาปักธูปเรียก เราไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่มันมากินเนี่ยใช่พี่เราหรือเปล่า และเผลอๆกลายเป็นเรียกเข้าบ้านมาอีก หลายคนบอกทำไมไม่ย้าย พ่ออยู่มาจะ10ปีแล้ว มันไม่ได้จะย้ายง่ายๆ ทุกวันนี้ก็เจอแบบ แม่เราหาโทรศัพท์ ไม่รู้อยู่ไหน เลยเอาโทรศัพท์พ่อโทรเข้าเครื่องแม่ ก็ไม่ได้ยินเสียงแม่ก็เดินขึ้นไปชั้นสองก็ไม่เจอ จนแม่เดินขึ้นไปชั้น3 ปลายสายก็รับ แต่ไม่พูดและวางไปแม่ก็คิดว่าพ่อเจอแล้ว แล้วโทรศัพท์ก็โทรมาเป็นเบอร์แม่ แม่ก็รับ แล้วก็ไม่พูดแม่เลยเดินเข้าไปบนห้องนอนแม่ แม่เราก็เอ้าโทรศัพท์อยู่นี่แล้วใครรับ แล้วใครโทรเข้ามาในเมื่อห้องนี้ไม่มีใครอยู่ และโทรศัพท์ไม่ได้มีอะไรทับ แม่ล้อครหัสไว้ จะโทรออกก็ต้องใส่รหัสจะรับก็ต้องสไลด์ก่อนรับ ทุกวันนี้เลยไม่รู้ว่าพี่เขาไปเกิดหรือยัง หรือเป็นผีเร่ร่อนที่ทำ

และเราก็คุยนะว่าทำไมพ่อไม่เจอเลย แม่กับหนูทำไมเจอ พ่อก็บอก (ตอนนั้นเมาเลยหลุดปาก) ทำไมจะไม่เจอ เจอตลอดแค่ไม่อยากเล่าให้ฟังกลัวจะกลัวกันแค่นี้ก็กลัวกันจะตาย พ่อเราชอบตื่นกลางดึก เลยจะลงมาทำงานตรงโต๊ะทำงาน พ่อก็บอกบางทีก็เห็นคนขึ้นบันไดบ้าง โผล่หน้ามาดูพ่อบ้างว่าทำไร และตอนม6เราย้ายรร เพื่อนรรใหม่ก็จะไม่รู้ว่าบ้านเรามีอะไร และช่วงกีฬาสีเพื่อนเราไปนอนกัน3คนรวมเราก็เป็น4 เรากับเพื่อนกระเทยนอนบนเตียง เพื่อนอีกสองคนนอนพื้นที่นี่เพื่อนสองคนข้างล่างมันหนาวไง ตื่นมาเราก็เห็นมันห่มผ้าห่มที่เราไม่ได้เตรียมไปให้ เราเลยถามว่าเอามาจากไหน มันก็บอกว่า ดินขึ้นไปเอาชั้น3 เราก็งงว่ารู้ได้ไงว่าผ้าอะอยู่ชั้น3 มันบอกไม่รู้ เดินๆขึ้นไปเอาไฟฉายโทรศัพท์ส่องเอา แล้วนี่แบบขนลุกอ่ะ เพราะผ้าห่มที่มันห่มวางไว้หน้าห้องนอนพี่เขา แบบแม่เราพับเก็บใส่ถุงไว้ และเพื่อนเราไม่เคยมาบ้านเราเลยไงมันรู้ได้ไงว่าอยู่ตรงนี้ เรายังไม่กล้าขึ้นไปเอาเลย มันก็ถามมีอะไรหรอ ขอโทษที่ไม่ได้ปลุกเห็นหลับเลยไม่อยากกวน เราก็แบบแหะๆไม่มีไร ขึ้นไปเจอไรก็ดีแล้ววววว คิดในใจขนาดแม่กูจะเดินมาเข้าห้องน้ำที่อยู่หน้าห้องพี่เขาแม่ยังไม่กล้าต้องยอมเดินลงมาเข้าห้องเราเลย ทุกวันนี้ก็ไม่ได้บแกเพื่อนกลุ่มนั้นนะ555555

ก็เอาเป็นว่าเอาเท่านี้ละกัน เดี๋ยวจะยาวเกินไป จำไม่ค่อยได้ละ ล่าสุดก็เจอบ้างแต่หลังๆที่เจอจะเสียง เงาบ้าง แว๊บบ้าง เพราะเราเคยด่าไปว่าถ้ามาหลอกกันจะแช่งไม่ให้เกิด ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมาทำให้รู้ว่ามีตัวตน กุอุส่ายกชั้น4กับดาดฟ้าให้ละ อยู่ก็อยู่ฟรี บุญก็จะเอาอย่าเยอะ และบ้านเราถูกหวยบ่อย ถ้าไม่บ่อยก็จะถูกแบบเยอะเช่นถูกเยอะสุด1.5 ล้าน บางงวดก็หมื่น แสนบ้างบางที ไม่รู้เกี่ยวกับผีเปล่าหรือพ่อแม่ดวงดี แต่ทุกวันนี้จะว่าชินก็ไม่ชิน จะว่ากลัวก็ไม่กลัว ไม่คิดว่าคนจะรีเยอะจาก50คน เตื่นมาวันนี้จะ6พันรีล้ะ ส่วนยันต์ท้าวเวสสุวรรณของเขาดีจริงแนะนำเลยจบจ้า

เรื่องทั้งหมดเรียบเรียงมาจากทวิตเตอร์ @nampet_zxt ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

ผมอ่านแล้วขนลุกเลยนำมาแชร์ต่อครับ