“ไว้ชีวิตเราเถอะนะ เราผิดไปแล้ว แล้วจะทำบุญไปให้”

นุ๊ก หญิงสาวมัธยมตามแบบฉบับเด็กเรียน ใส่แว่น ทำผมเรียบร้อย ใส่กระโปรงยาว ในชุดนักเรียนเธอดูดีทีเดียว หลายคนอิจฉาเธอไม่น้อยที่เธอเรียนเก่ง ขณะนุ๊กนั่งอยู่ในห้องน้ำ แม้แต่เวลาอยู่ในห้องส้วมเธอก็ยังไม่เว้นจากการอ่านหนังสือเรียนด้วยซ้ำ ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบที่สุด

ทันใดนั้นเอง นุ๊กไม่ทันได้ตั้งตัว เธอสะดุ้งโหยงตกใจ จากน้ำที่สาดเข้ามาในห้องส้วมที่เธออยู่ กระดาษทิชชู่ เศษขยะร่วงหล่นจากข้างบนใส่เธอ เธอไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เลยในสภาพแบบนี้ ตัวเธอเปียกชุ่มไปหมดทั้งตัว เศษขยะเปรอะเปื้อนเต็มร่างกาย เธอได้ยินแต่เสียงหัวเราะคิกคักของพวกคนที่รุมหัวแกล้งเธออยู่ข้างนอก ก่อนที่พวกมันจะรีบหนีออกไป ทิ้งความเจ็บช้ำน้ำใจให้เธอ นุ๊กต้องค่อยๆ นำเศษขยะออกจากตัวทั้งน้ำตา หนังสือเรียนและสิ่งของต่างๆ เปียกไปหมด ครั้งนี้เธอคงยอมไม่ได้ ต้องไปแจ้งอาจารย์ฝ่ายปกครอง! นุ๊กรู้ว่าเป็นกลุ่มของโบว์แน่นอนที่เป็นหัวโจกกับลูกสมุนของมัน เมื่อเธอไปถึงห้องปกครอง อาจารย์ทั้งห้องต่างตกใจในสภาพของเธอ และบอกจะหาคนผิดมาลงโทษให้ได้ โบว์และกลุ่มเพื่อนถูกเรียกมาสอบสวน

“เธอใช่ไหม ที่กลั่นแกล้งสุดารัตน์” “พวกหนูไม่ได้ทำนะคะ” โบว์ตอบปฏิเสธแต่พอลับหลังอาจารย์ไม่เห็น โบว์แอบแลบลิ้นให้นุ๊ก “จริงๆ นะคะ อาจารย์จะกล่าวหากันลอยๆ ไม่ได้ ต้องมีหลักฐาน” โบว์พูดต่อ “นั่นสินะ สุดารัตน์ ถ้าเธอมีหลักฐานให้มาบอกอาจารย์ได้เลย” อาจารย์บอกกับนุ๊ก แต่วันนั้นจบแบบไม่มีอะไรได้รับการแก้ไข นุ๊กต้องทนกับความเจ็บปวดจากการถูกกลั่นแกล้งต่อไป ทุกวันไม่อยากมาโรงเรียนก็ต้องมา อาจารย์ก็ช่วยไม่ได้ และเธอก็ไม่สนิทกับเพื่อนเลยสักคน วันต่อมา นุ๊กเดินมาตามระเบียงทางเดินเพื่อเตรียมเข้าห้องเรียน แต่ก็ต้องเจอแก๊งค์โบว์อันธพาลเดินมาดักข้างหน้าไว้ “แค่นี้ไปฟ้องอาจารย์เลยเหรอ ระวังตัวไว้นะนุ๊ก” “พวกแกหยุดซะทีเถอะ เราไปทำอะไรให้” “ทำตัวเด่นเรียนเก่งเอง ชอบถามอาจารย์นัก จะเลิกเรียนต้องมารอแกถามอาจารย์เนี่ยกว่าจะได้เลิก พวกเราไม่ปล่อยแกไว้แน่” “ช่วยเข้าใจกันหน่อยเถอะ ค่อยๆ พูดคุยกันดีๆ”

โบว์ที่ยังแค้นไม่หาย หลังจากโดนอาจารย์เรียกไปห้องปกครองเมื่อวานเพื่อสอบสวน พุ่งเข้ากระชากผมนุ๊ก ทำให้นุ๊กเจ็บไปทั้งหัว จนทนไม่ไหวแม้จะเก็บอารมณ์ให้ใจเย็นอยู่นาน โดนขนาดนี้แล้วต้องเอาคืนซะบ้าง! นุ๊กกระชากผมโบว์คืนแล้วทุบไปที่ตัวโบว์อย่างแรง ทั้งสองกรีดร้องลั่นท้าทายกัน “มึงจะเอาเหรอวะ นุ๊ก ได้!” โบว์ผลักนุ๊กไปที่ขอบระเบียงสุดแรง แล้วกดนุ๊กไว้ติดกับขอบระเบียง “แอน แนน มาช่วยกูจับมันหน่อย” ลิ่วล้อผู้ติดตามโบว์จับแขนนุ๊กไว้ไม่รอช้าจนขยับไม่ได้ โบว์เลือดขึ้นหน้ากระหน่ำตบไม่ยั้งด้วยความโกรธ “กูเอามึงตายแน่ มาทำกูขนาดนี้” โบว์แผดเสียง “ถ้ามึงทำกูตาย กูจะกลับมาหลอกแก้แค้นมึง” นุ๊กท้าทายอย่างโมโห “ก็เอาสิวะ!” นุ๊กดิ้นหลุดจากลูกสมุนของโบว์ ทั้งสองคนทั้งนุ๊กและโบว์ไม่มีใครควบคุมอารมณ์ตัวเองได้แล้ว ต่างคนต่างอยากจะทำร้ายอีกข้างให้เจ็บปวดที่สุด นุ๊กไม่รอช้าหยิบปากกาที่ตัวเองพกติดกระเป๋ากางเกงออกมา แล้วแทงเข้าที่ตาของโบว์จนเลือดไหลเป็นทาง โบว์ร้องลั่นอย่างเจ็บปวด

กลุ่มเพื่อนของโบว์ได้แต่ตกใจทำอะไรไม่ถูก จะเข้าไปห้ามยื้อแย่งปากกากลัวจะโดนแทงไปด้วย จะพาโบว์ไปห้องโรงพยาบาลโบว์ก็ไม่ยอม จะแก้แค้นให้ได้ โบว์รวบรวมกำลังทั้งหมดแล้วพุ่งชนนุ๊ก จนกระเด็นออกนอกระเบียงไป ความโกรธ ความแค้นทั้งหมด ของโบว์หายไปหมด กลายเป็นความรู้สึกผิดแทน เธอรีบจับราวระเบียงแล้วมองลงไปข้างล่างตึก เห็นแต่ร่างแน่นิ่งของนุ๊กที่จมกองเลือด ด้วยความตกใจ โบว์หน้าตาแตกตื่นรีบเรียกกลุ่มเพื่อนแล้ววิ่งหนีทันที ตามเคย ชะตากรรมที่น่าสงสารของนุ๊ก ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับนุ๊ก อาจารย์ต่างลงความเห็นว่า คงเพราะเครียดจากการเรียนแน่ๆ เพราะเป็นเด็กเรียนใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วด้วย และแล้วเรื่องก็เงียบหายไปในที่สุด 10 ปีผ่านไป…โบว์เดินทางกลับมาอยู่บ้านต่างจังหวัด หลังจากหางานทำในเมืองกรุงไม่ได้ ตาบอดจากการทะเลาะวิวาทเมื่อตอนวัยเรียนเลยทำอะไรได้ไม่สะดวกนัก ต้องมาหางานทำแถวบ้านแค่พอกินไปวันๆ เธอไม่มีใคร มีแต่เพียงมรดกคือบ้านไม้หลังที่เธออยู่นี้ เพียงเท่านั้นที่เธอมี ซ้ำร้ายแฟนหนุ่มยังทิ้งเธอไปอีก ไปหาสาวที่สวยและรวยกว่า ทำให้โบว์ตรอมใจแทบตาย เสียใจทุกวี่ทุกวัน เหมือนความทุกข์จะถาโถมเข้าหาเธอทุกๆ อย่าง ได้แต่ปลอบตัวเองทำใจไปวันๆ ได้แค่ไหนก็แค่นั้นแหละชีวิต

ตอนกลางคืนโบว์นั่งอยู่หน้าบ้าน มีเสียงจิ้งหรีดส่งเสียงไพเราะ เธอได้แต่ถอนหายใจกับมรสุมชีวิต ได้แต่นึกถึงวันวานวัยเด็กที่มีครอบครัวอยู่พร้อมหน้า ไปเรียนหนังสือไปวันๆ ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องหาเงิน ได้แต่สนุกทุกวัน คิดถึงแล้วก็ได้แต่น้ำตาไหล แต่แล้วความทรงจำที่แสนเลวร้ายที่เธอไม่เคยลืมในวัยเรียน ได้แทรกเข้ามาระหว่างที่คิดถึงความสุข เพราะมีบาดแผลตรงตาให้ระลึกถึงเสมอ ทำให้ความรู้สึกผิด ความเครียดเข้าจู่โจม เธอทำให้คนๆ หนึ่งต้องตาย ไม่อาจสลัดความทุกข์ใจนี้ได้แม้จะผ่านไปนานแล้ว ตอนนั้นเธอยังเด็กมากยังไม่มีความคิดพอ เธอได้แต่ให้กำลังใจตัวเอง ตอนที่โบว์นั่งเหม่อลอยมองไปในป่ามืดด้านหน้า อยู่ๆ ภาพเบื้องหน้าปรากฏ หญิงสาวในชุดนักเรียนใส่แว่นกับทรงผมเรียบร้อยในสภาพเลือดท่วมร่างกาย แขนขาบิดเบี้ยวไม่เป็นรูปร่าง บิดไปคนละทิศคนละทาง ค่อยๆ เดินมาหาโบว์ เลือดไหลตามพื้นเป็นทางยาว คนที่โบว์ไม่มีทางลืมตลอดชีวิต ไม่สิต้องเรียกว่าเป็นผีแล้วตอนนี้ นุ๊กที่บัดนี้อยู่ในสภาพสยดสยอง แสยะยิ้มให้โบว์ จนโบว์ต้องผวากลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเครือไปทั้งตัวไม่อาจควบคุมได้ ชีวิตต้องจบสิ้นกันแล้วสินะวันนี้เพื่อชดใช้สิ่งที่ทำมา โบว์ได้แต่ยกมือไหว้ ยกบทสวดทุกบทที่จำได้ขึ้นมาท่อง

“ไว้ชีวิตเราเถอะนะ นุ๊ก เราผิดไปแล้ว แล้วจะทำบุญไปให้” โบว์ได้แต่หลับตาพูด เสียงสั่น “ฮือออออ” เสียงครางต่ำในลำคอดังมาจากผีเพื่อน โบว์ได้แต่ลุกลี้ลุกลน “ต้องการอะไรบอกได้เลยนะนุ๊ก ขอร้องล่ะ” “มาเป็นเพื่อนกันเถอะ” ผีนุ๊กพูดอย่างเป็นมิตร สภาพภายนอกกลับเป็นเหมือนสภาพคนปกติ “ห๋า?!!” โบว์ได้แต่ร้องตกใจกับสิ่งที่เผชิญแต่ยังคงหวาดกลัวอยู่ “เรื่องที่เกิดขึ้นให้มันผ่านไปเถอะ ยังไม่สายเกินไปที่จะรู้จักกัน” “ขอบคุณนะนุ๊ก แม้เราจะทำไม่ดีขนาดนั้น แต่ยังให้อภัยแถมขอเป็นเพื่อนกันด้วย” ตอนโบว์อยู่บ้านตอนกลางคืน นานๆ ทีนุ๊กก็จะแวะมาหา พูดคุยสารทุกข์สุกดิบบ้าง จนระหว่างคนและวิญญาณสนิทสนมเป็นเพื่อนซี้กันในที่สุด โบว์สงสัยทำไมนุ๊กไม่ได้ไปเกิดเสียที คนที่เป็นผีบอกว่า อยากแวะมาหาพ่อแม่และเพื่อนๆ ยังไม่อยากไปไหน คิดถึง “โบว์เรามีวิธีทำให้ชีวิตแกดีขึ้น แกกำลังรับเคราะห์จากอะไรบางอย่างอยู่” “แล้วมันคืออะไรล่ะจะแก้ยังไง” “บ้านแกตั้งทับไม้ตะเคียนน่ะสิ เขาเลยไม่ยอม เราคุยกับเขาอยู่ วิญญาณในไม้ตะเคียนบอกว่าบ้านแกสร้างแบบนี้ ลบหลู่เขา” “ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ถึงว่าแย่ขนาดนี้” “แกต้องรื้อบ้านออกแล้วเอาไม้ตะเคียนออกมา ชีวิตจะได้รุ่งโรจน์” “เดี๋ยวขอเก็บไปคิดก่อน” ผีเพื่อนบอกขนาดนี้ต้องหาวิธีแก้ไขแล้วล่ะ โบว์จึงเปิดดูกระเป๋าเงินดูเงินที่เหลืออยู่ไม่กี่บาท แต่คงต้องนำทั้งหมดมาใช้จ้างคนเพื่อทำลายรื้อบ้านออกแล้วล่ะ หลังจากนั้นค่อยขุดไม้ตะเคียนออกมา

วันรื้อบ้าน โบว์ได้แต่ยิ้มแย้ม วันที่ดีจะมาถึงเสียที ไม่ต้องทนทุกข์กับความยากจนอีกต่อไป กับความผิดหวังทุกๆ อย่าง หลังจากนี้จะดูแลไม้ตะเคียนอย่างดีเลย ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆ อย่าง รถตักดินค่อยๆ กระแทกบ้านจนพังทั้งหมดแล้วตักเศษซากออก เหลือแต่เพียงพื้นดินแล้วจึงขุดต่อตามที่ได้รับงานมาจากโบว์ พื้นดินเกิดเป็นหลุมลึก ปรากฏว่าหลุมนั้นไม่มีอะไรมีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น “ไหนไม้ตะเคียนที่คุณว่าล่ะ” คนงานถาม “เอ่อ…คงยังไม่ลึกพอมั้ง” โบว์คิดว่าต้องมีอย่างแน่นอนอย่างที่นุ๊กบอก แต่เพียงยังขุดไม่เจอเท่านั้น คนขับรถตักดินพยายามตักหากว่าชั่วโมงจนหลุมลึกและกว้างขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เจอ “คงไม่มีแล้วล่ะมั้งคุณ” เมื่อโบว์มองไปที่หลุมนั้นไม่มีอะไรสักอย่าง เธอรู้สึกใจหาย ร่างกายเย็นเฉียบไปทั้งตัวจากความเครียดที่เริ่มก่อตัว เข่าอ่อนจะเป็นลมจนต้องนั่งลงกับพื้นข้างหลุม โบว์ได้แต่ร้องไห้ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ตลอดมาที่คุยกับวิญญาณนุ๊กล่ะคืออะไร คิดไปเองฝันรึเปล่า เราเครียดจนเสียสติรึเนี่ย

“นี่คือเรื่องจริง กูบอกแล้วว่ากูจะมาหลอกมึงไง อีโบว์” มีเสียงกระซิบข้างหูโบว์ หลังจากนั้นโบว์กรีดร้องลั่นเจ็บใจจนสลบไป ทุกๆ อย่างที่เหลือ ไม่มีอะไรอีกแล้ว บ้านหลังสุดท้าย เงินก้อนสุดท้าย ต้องพบเรื่องราวเช่นนี้ด้วยความอาฆาตแค้นจากเพื่อนเก่า ไม่คิดว่าจะกลับมาหลอกกันแบบนี้…

ขอขอบคุณที่มา: Thanatiphorn