เมื่อชายผูกคอลิ้นจุกปาก วิ่งผ่านหน้าห้อง!!…เจอกันทั้งชั้น

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา สถานที่เกิดเหตุคืออพาร์ทเม้นแห่งหนึ่ง คุณเอกได้อาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นแห่งนี้ เนื่องจากถูก บ.ส่งมาทำงานที่ประเทศฮ่องกงเป็นเวลา 2 ปี อพาร์ทเม้นที่คุณเอกอาศัยนั้นตัวตึกใหญ่พอสมควร แต่ว่าห้องพักแต่ละห้องถูกซอยออกเป็นห้องเล็กๆ เวลาเปิดประตูหน้าห้องออกไปจะเป็นโถงระเบียงทางเดินซึ่งยาวทอดไปถึงลิฟท์ โถงทางเดินนี้จะผ่านทุกห้องบนชั้นนั้น ช่วงที่คุณเอกย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ทุกอย่างก็ปกติดี

เรื่องราวทั้งหมดก็เกิดขึ้นหลังจากที่กลับมาอยู่รอบที่ 2 นี้ วันนั้นหลังจากเอกเดินทางจาก กทม มาถึงฮ่องกงเป็นเวลาช่วงบ่ายแล้ว วันนั้นเอกรู้สึกเพลียมากๆ พอเดินทางมาถึงที่พักก็หลับเป็นตายในทันที คืนนั้นเอกต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ ระหว่าที่เดินกลับมาจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงเหมือนมีใครกำลังวิ่งอยู่ที่โถงทางเดินนอกห้อง เอกก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก คิดว่าอาจจะเป็นพวกวัยรุ่นวิ่งเล่นกันหลังจากกลับมาจากเที่ยว จึงตัดสินใจเดินกลับไปนอนต่อ แต่ระหว่างที่กำลังเคลิ้มยังไม่หลับดี เอกยังได้ยินเสียงวิ่งบนโถงทางเดินอยู่ตลอดเวลา วิ่งแบบกลับไปกลับมา พอนอนฟังนานๆเข้าเริ่มจะหงุดหงิด แต่เนื่องจากความเพลียมีมากกว่าจึงผล็อยหลับไป ตื่นมาตอนเช้าวันนั้นเป็นวันหยุด เอกก็เลยเดินจากอพาร์ทเม้นตัวเองออกไปซื้อของเข้าบ้าน

หลังจากกลับเข้ามาเป็นเวลาทุ่มเศาๆ เอกเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในอพาร์ทเม้นชั้นที่เขาอาศัยอยู่ นั่นคือมันเงียบ เงียบมากกว่าทุกครั้ง อย่างน้อยก็เงียบมากกว่าตอนที่เอกจะกลับไปเมืองไทยแล้วกลับมาใหม่ เอกเริ่มสังเกตได้ว่าชั้นที่เขาพักอาศัยอยู่นั้น หลายๆห้องไม่ได้เปิดไฟ ก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หลังจากเก็บของในห้องแล้วก็เลยเดินลงมาชั้นล่างมองหา รปภ. ที่คุ้นเคยกันดี เพื่อจะสอบถามว่าคนเก่าๆที่อาศัยอยู่ในชั้นเดียวกันหายไปไหนกันหมด แต่ก็ไม่เจอ รปภ.ที่เจอเป็นคนใหม่ เอกลองถามอะไรดูก็ตอบอย่างเดียวว่าไม่รู้เรื่อง จึงพยายามไม่ใส่ใจ เข้านอน เพราะวันรุ่งขึ้นจะต้องไปทำงานแต่เช้า

คืนนั้นระหว่างที่เอกกำลังหลับอยู่ก็ได้ยินเสียงเดิม เสียงเหมือนมีใครสักคนกำลังวิ่งอยู่บนโถงทางเดินหน้าห้อง เป็นเสียงแบบคืนแรกที่เอกได้ยินเลย วิ่งกลับไปกลับมา เอกลองมองไปที่นาฬิกาเวลาขณะนั้นประมณตี 1 เศษๆ เสียงคนที่วิ่งไปมานั้นยังคงดังอยู่ วิ่งกลับไปกลับมา เหมือนกับว่าวิ่งไปจนสุดทางตึกฝั่งนึงแล้ววิ่งกลับมาสู่ตึกอีกฝั่งนึง ด้วยความสงสัยตั้งแต่เมื่อคืนเอกจึงลองนอนฟังดูดีๆ เสียงนั้นวิ่งกลับไปกลับมาจริงๆ จึงตัดสินใจเดินเอาตาไปแนบกับช่องตาแมวที่ประตู ระหว่างที่มองดูอยู่นั้นเสียงฝ่าเท้า 2 เท้าที่วิ่งอยู่นั้น ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่จังหวะที่กำลังจะผ่านช่องมองตาแมวนั้นเสียงวิ่งเข้ามาใกล้จนกระทั่งผ่านไป แต่สิ่งที่เอกมองเห็นคือความว่างเปล่าเท่านั้น ครั้งนี้เอกเริ่มรู้สึกแล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติแน่นอน เพราะว่าเสียงวิ่งที่กำลังห่างห้องเอกออกไปนั้นไม่มีตัวตน เอกจึงตัดสินใจว่าถ้าเสียงนั้นจะวิ่งกลับมาอีกเขาจะเปิดประตูออกไปดู ในระหว่างที่ยืนรออยู่หน้าประตูเพื่อจะฟังว่าเสียงที่วิ่งไปสุดตึกนั้นจะวิ่งกลับมามั้ย และแล้วเสียงนั้นก็วกกลับมา เพียงแต่ว่ามันอยู่ห่างจากห้องของเอกพอสมควร เอกจึงตัดสินใจค่อยๆแง้มประตูออกไปดู หันไปทางซ้ายซึ่งจะเป็นเสียงที่วิ่งกลับมาพอดี โถงทางเดินของอพาร์ทเม้นนี้ก็ไม่กว้าง เพียง 2 ม. นิดๆเท่านั้นเอง เอกมองฝ่าความมืดไปที่เสียงที่กำลังดังใกล้เข้ามา

เขาเริ่มเห็นเป็นเงาลางๆ เป็นเงาของผู้ชายคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามา ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่ว่าหลังจากที่เอกเห็นครั้งแรกก็ถึงกับขาแข็ง พูดไม่ออก เพราะร่างที่กำลังวิ่งมาใกล้ห้องของเอกนั้นลักษณะเป็นผู้ชายชาวจีน วิ่งในลักษณะมือซ้ายแกว่งไปตามร่างกายที่วิ่ง แต่มือขวาชูอยู่เหนือศรีษะ ถืออะไรอยู่สักอย่าง และพอใกล้เข้ามาระยะไม่ถึงสัก 10 ม. เอกก็เห็นถนัดตา สิ่งที่ชายคนนั้นกำลังถืออยู่ ก็คือเชือกที่รัดคอตัวเองลักษณะเหมือนกันคนที่ตายมานานแล้วหลายวันเนื่องจากลิ้นจุกปาก ตาถลนออกมา ชายคนนั้นสวมกางเกงชั้นในแค่ตัวเดียว มีเชือกพันอยู่ที่คอ มือขวาจับเชือกชูขึ้น แล้ววิ่งผ่านหน้าเอกไป เอกค่อยๆงับประตูลงอย่างเบาที่สุด ตอนนี้เอกเข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่อาศัยอยู่ชั้นเดียวกันกับเขาถึงหายไปหลายห้อง คืนนั้นเอกล็อกประตูอย่างแน่นหนา แล้วก็นั่งๆนอนฟังเสียงที่ชายคนนั้นวิ่งอยู่หน้าห้องโถงกลับไปกลับมาทั้งคืน พอฟ้าเริ่มสว่างเอกก็รีบเปิดประตูห้องลงไปถามความจริงกับคนด้านล่าง คำตอบที่ได้รับคือ ช่วงที่เอกกลับมาทำงานที่ กทม ได้ไม่กี่วัน คนบนชั้นนั้นมีชายคนหนึ่งฆ่าตัวตายอยู่ในห้อง เนื่องจากทะเลาะกับภรรยา และภรรยาของเขาพาลูกหนีออกไป จึงคิดสั้นฆ่าตัวตาย