หลวงพี่ ทำไมมันมีเสียงเดินอยู่รอบตัวเลย หลวงพี่ก็ตอบกลับมาว่า “มันเป็นเรื่องปกติ”…ทางผีผ่าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ลาดพร้าว เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว คุณเบนและน้องชายได้ไปบวชยังวัดแห่งนึงแถวลาดพร้าว หลวงพี่ที่วัดก็ได้พาคุณเบนและน้องขึ้นกุฏิที่ทางวัดได้จัดไว้ให้คุณเบนและน้องอยู่ ซึ่งอยู่ชั้นสองของกุฏิ พอคุณเบนก้าวเข้าไปในห้อง คุณเบนก็รู้สึกแปลกๆ ห้องของพระทุกห้องจะมีพระพุทธรูปตั้งอยู่ในห้องด้วย แต่ห้องของคุณเบนกลับเป็นบาตรพระที่ลงอักขระแทน

แล้วหลวงพี่ก็ได้กำชับว่าห้ามแตะบาตรนี้เด็ดขาด ก็ทำให้คุณเบนและน้องชายเกิดความสงสัยขึ้นว่าเพราะอะไร คุณเบนและน้องชายก็ได้จัดของและวางที่นอนให้เข้าที่เข้าทาง พรุ่งนี้ตอนเช้าจะมีบิณฑบาต คุณเบนและน้องชายก็จะต้องท่องคาถาที่ไว้สำหรับบิณฑบาตให้คล่องเสียก่อน จึงฝึกนั่งท่องกันในห้อง คุณเบนได้ลองเดินสำรวจห้อง แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็สังเกตุว่าห้องพักนี้มันตรงกับทางสามแพร่งพอดี คุณเบนก็กลับไปฝึกนั่งท่องบทสวดต่อ จนสักพักก็รู้สึกว่าท่องไม่รู้เรื่องแล้ว ก็เลยแยกกันท่อง โดยให้น้องชายออกไปฝึกท่องอยู่ที่หน้าห้อง ส่วนคุณเบนก็ฝึกท่องในห้อง น้องชายของคุณเบนก็ได้ไปนั่งบนเก้าอี้ตัวนึงที่อยู่หน้าห้องแล้วฝึกท่อง แล้วหลวงพี่ก็เดินขึ้นกุฏิมาเห็นก็ตกใจ แล้วบอกว่า “พระแบล็ค ห้ามนั่งบนเก้าอี้ตัวนี้เด็ดขาด หลวงพี่ลืมบอก” คุณเบนได้ยินเสียงก็เลยเดินออกมาดู ก็สงสัยว่าทำไมห้ามแตะของเยอะจัง คุณเบนก็ชวนน้องชายลงไปฝึกท่องข้างล่างแทน พอลงไปข้างล่างแล้ว หลวงพี่ที่อยู่ตรงข้ามกุฏิก็ได้ถามว่า “ท่านสองรูปนอนที่ไหน” คุณเบนก็ได้ตอบไปว่า “นอนห้องนี้ครับ”

แล้วหลวงพี่ก็ยิ้ม แล้วหัวเราะ แล้วพูดว่า “ห้องนี้หรอ ตรงข้ามกับห้องของอาตมาเลยนะ” คุณเบนก็ได้ถามว่า “ทำไมต้องหัวเราะแบบนั้นด้วยครับหลวงพี่” หลวงพี่ก็ตอบว่า “เปล่าๆ ไม่มีอะไร ห้องนั้นลมพัดเย็นดี” คุณเบนรู้สึกผิดปกติ แล้วเริ่มกลัว ก็เลยเค้นกับหลวงพี่อีกที “หลวงพี่ ห้องนั้นมันมีอะไรกันแน่ บอกผมมาเถอะ เพราะว่า ถ้าเกิดผมกับน้องชายผมเจอ ช็อคทั้งคู่เลยนะ” หลวงพี่ก็บอกว่า “ถ้าเล่าแล้วอย่ากลัวนะ ทำใจให้ได้นะ” แล้วหลวงพี่ก็เล่าว่า ห้องนั้น เจ้ากุฏิเก่าเอาไว้ทำพิธี แล้วก็เอาศพตายโหงไว้ในนั้น ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ แล้วโต๊ะที่น้องชายของคุณเบนไปนั่ง เป็นโต๊ะที่เอาไว้ตั้งศพตายโหง คุณเบนและน้องชายก็เริ่มกลัว และคิดว่าไม่สามารถนอนได้แล้ว พอตอนกลางคืนก็ได้เอาหมอนกับผ้าห่มลงมาขอหลวงพี่ว่าจะนอนข้างล่าง ห้องข้างล่างมีหลวงพี่นอนอยู่แล้วสองรูป ปกติแล้วห้องข้างบนนั้นจะมีหลวงพี่นอนอยู่รูปนึง แต่ก็หนีลงมานอนห้องข้างล่างเหมือนกัน ไม่ทราบว่าเพราะอะไร พอคุณเบนและน้องชายสวดมนต์ก่อนนอนจบก็เข้านอนเลย พอตกดึกหลวงพี่ที่นอนอยู่ห้องนี้ก่อนแล้วก็ได้หลับไปแล้ว เหลือแต่คุณเบนและน้องชายนอนมองหน้ากัน เพราะแปลกที่จึงนอนไม่หลับ

จนซักพักนึง คุณเบนก็เห็นว่าน้องชายได้หลับไปแล้ว แต่คุณเบนก็ยังนอนไม่หลับ ข่มตานอนยังไงก็นอนไม่หลับ จนได้ยินเสียงเดินอยู่ข้างบนห้องที่คุณเบนและน้อยชายอยู่เมื่อตอนกลางวัน ซึ่งไม่น่าจะมีใครอยู่ในนั้น สักพักพอเสียงเดินหยุด คุณเบนก็คิดว่าจะปลุกน้อง แต่ก็กลัวว่าน้องจะกลัวจนนอนไม่หลับ จะปลุกหลวงพี่แต่ก็เกรงใจ ก็เลยลองไปสะกิดน้องชายดูว่าหลับหรือยัง น้องชายก็ลืมตาแล้วมองหน้าคุณเบน ปรากฏว่าน้องชายรีบดีดตัวไปข้างหลังทันที เหมือนคนกลัวสุดขีด จนหลวงพี่ที่นอนอยู่ด้วยตื่นแล้วไปเปิดไฟ คุณเบนก็สงสัยว่าน้องโดนพี่เข้าหรือป่าว หลวงพี่ก็คิดว่าพี่เข้ากัน คุณเบนก็เลยเข้าไปถามว่าเป็นอะไร น้องชายก็มองหน้าคุณเบนแล้วตอบว่าไม่เป็นอะไร ไม่มีอะไร แล้วก็นอนต่อ หลวงพี่ก็เลยปิดไฟแล้วนอน น้องชายก็ได้พูดกับคุณเบนว่า “พี่เบน แบล็คเจอแล้วหวะ” คุณเบนก็ถามว่าเจออะไร น้องชายบอกว่าตอนที่ลืมตาขึ้นมามองหน้าคุณเบน แต่หน้านั้นไม่ใช่หน้าของคุณเบน เป็นหน้าใครก็ไม่รู้ แล้วยิ้มให้ คุณเบนคิดในใจว่าน้องเจอแล้ว แล้วต่อไปเราจะเจออะไรอีก หลวงพี่ข้างๆก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอก คิดกันไปเอง แล้วหลวงพี่ก็บอกให้คุณเบนและน้องนอน แล้วท่านจะนั่งเฝ้าให้เอง

พอยิ่งดึกคุณเบนและน้องชายก็ยังนอนไม่หลับ คุณเบนก็เลยหันไปมองหลวงพี่ที่นั่งเฝ้าอยู่ เห็นหลวงพี่นั่งท่องคาถาอยู่ตลอดเวลา คุณเบนก็เลยอุ่นใจแล้วก็เผลอหลับไป ตื่นมาก็ทำวัดเช้าแล้วออกไปบิณฑบาต พอตอนกลางคืน คุณเบนและน้องชายก็เริ่มสวดมนต์ทุกอย่างให้เรียบร้อยและเข้านอน สักพักคุณเบนก็เริ่มได้ยินเสียงเดินไปเดินมาอยู่ห้องข้างบน จากนั้นก็เดินลงบันได พอยิ่งดึกก็รู้สึกว่ามาเดินผ่านขา และรอบตัว เหมือนจะมีมากกว่าสามคน จนคุณเบนรู้สึกไม่ไหวแล้ว ก็เลยสะกิดหลวงพี่แล้วถามว่า “หลวงพี่ ทำไมมันมีเสียงเดินอยู่รอบตัวเลย” หลวงพี่ก็ตอบกลับมาว่า “มันเป็นเรื่องปกติ” คุณเบนก็คิดว่ามันไม่ไหวแน่ถ้าต้องมาเจออะไรแบบนี้ทุกคืน จนต้องหายานอนหลับกินทุกคืน แล้วประมาณวันที่เก้าของการบวช ยานอนหลับก็หมดพอดี ก็เลยคิดว่าอาจจะไม่ต้องใช้แล้วก็ได้ เพราะบวชมาหลายวันแล้ว จิตอาจจะเริ่มแข็งขึ้นมาบ้าง แล้วก็ได้มีหลวงพี่เข้ามาใหม่อีกรูปนึง แล้วได้ขึ้นไปนอนห้องข้างบน พอตกดึกคุณเบนและน้องชายก็ได้นั่งสวดมนต์อยู่ห้องข้างล่าง สักพักก็ได้ยินเสียงเดินลงมาจากห้องข้างบน แล้วก็เดินกลับขึ้นไปอีก เป็นแบบนี้อยู่สี่รอบ แล้วก็มีเสียงเคาะประตู ปรากฏว่าเป็นหลวงพี่ที่เข้ามาใหม่ หลวงพี่ถามว่า “มีใครมาแกล้งเคาะประตูห้องอาตมาหรือป่าว” คุณเบนก็ตอบว่าไม่มีใคร แล้วถามกลับว่า “หลวงพี่เดินลงมากี่รอบ” หลวงพี่ก็ตอบว่า “รอบเดียว” คุณเบนบอกว่า “ได้ยินเสียงเดินขึ้นเดินลงสี่รอบ” หลวงพี่ก็บอกว่า “ได้ยินเสียงใครมาเคาะประตูอยู่เหมือนกัน”

หลวงพี่ก็เลยขนของลงมาน้องห้องข้างล่างด้วยกัน จนคุณเบนและน้อยชายสึกออกมา จากนั้นไม่นานวัดนี้ก็ได้เปลี่ยนเจ้าอาวาสใหม่ แล้วคุณเบนก็ได้ทราบมาว่า ห้องชั้นสอง เมื้อก่อนเป็นห้องที่เจ้ากุฏิเอาไว้ศึกษาเรื่องไสยศาสตร์มนต์ดำกับศพ และปัจจุบันร่างของเจ้ากุฏิก็ยังถูกเก็บเอาไว้ในกุฏิหลังนั้น และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด

เล่าโดย : คุณเบน

เครดิต : เรื่องเล่าจากเพจ คนอ่านผี