ที่นี่ไม่มีศาล ที่นี่นับถือแขก…อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ย่านวิภาวดี

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ที่อยู่ในย่านวิภาวดี เมื่อประมาณสิบปีที่ผ่านมา ในสมัยที่คุณเชอรี่เรียนอยู่มหาลัยปีหนึ่ง ได้ไปเช่าอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ อยู่กันเพื่อนผู้หญิงอีกคนนึง

เป็นอพาร์ทเม้นท์สองห้องนอน กว้างมาก แต่เพื่อนของคุนเชอรี่เป็นคนที่มีเซ้น คุณเชอรี่จึงบอกเพื่อนว่า ถ้าเห็นอะไร ห้ามมาเล่าให้ฟัง วันแรกที่เข้าไปในห้อง จะรู้สึกอึดอัดมากๆ ในใจก็คิดว่าทำไมถึงรู้สึกอึดอัดอย่างนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะพื้นในห้องมันเป็นพรมสีแดง หรือเพดานห้องอาจจะต่ำเกินไป แต่เพื่อนก็บอกว่าไม่มีอะไร คุณเชอรี่จึงไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ได้แยกห้องกันนอน อยู่ไปประมาณหนึ่งอาทิตย์ ก็เริ่มสนิทกับเพื่อนคนอื่นๆที่มหาลัย แล้วเพื่อนที่อยู่ด้วยกัน ก็เริ่มหายไปนอนที่อื่นบ่อยขึ้น คุณเชอรี่ก็โกรธ เพราะไม่กล้าอยู่คนเดียว จึงได้ไปชวนเพื่อนใหม่ที่มหาลัย มานอนเป็นเพื่อน ครั้งแรกที่เพื่อนเข้ามาในห้อง เพื่อนก็บอกว่า “ทำไมห้องถึงดูอึดอัดมาก รู้สึกไม่สบายใจเลย” เพื่อนคนอื่นๆก็พูดในลักษณะเดียวกัน จนไม่มีใครอยากมาอีก คุนเชอรี่จึงต้องนอนอยู่คนเดียว ผ่านไปประมาณสามวัน วันนั้น เป็นช่วงหัวค่ำ คุณเชอรี่กำลังสระผมอยู่ในห้องน้ำ จังหวะที่กำลังหลับตาสระผมอยู่ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรผ่านไปมาที่หน้า

ลักษณะเป็นเงาแวบๆ ในขณะที่หลับตาอยู่ จึงได้เอาน้ำลูบหน้าแล้วลืมตาขึ้นมาดู แต่ก็ไม่เจออะไร แล้วตอนที่กำลังล้างผมอยู่ ก็เหมือนมีคนเอามือทั้งสองข้าง ลูบผมจากบนหัวลงไปจนถึงปลายผม คุณเชอรี่ชงักทันที เหลียวมองซ้ายขวา แต่ก็ยังไม่เจออะไร ถึงตอนนั้นจะรู้สึกไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่อยากจะคิดมาก คิดแค่ว่าอาจจะเป็นเพราะผมมันเปียก จึงรีบอาบน้ำให้เสร็จ แล้วรีบออกจากห้องน้ำ พอเปิดประตูห้องน้ำออกมา ด้านตรงข้ามกับประตูห้องน้ำ จะเป็นตู้เสื้อผ้าที่มีกระจกบานใหญ่ ติดอยู่ที่หน้าประตู คุณเชอรี่เหลือบมองเข้าไปในกระจก เห็นเป็นลักษณะของเงาดำๆ ตัวเท่าคนปกติ ยืนอยู่ด้านหลังของคุณเชอรี่ในห้องน้ำ คุณเชอรี่รีบหันกลับหลังไปมองด้วยความตกใจ แต่ก็เห็นเป็นแค่ผ้าขนหนู ที่แขวนอยู่ข้างผนัง จึงหันกลับไปมองในกระจก เงาสีดำๆก็หายไปแล้ว คุณเชอรี่เริ่มรู้สึกใจไม่ดี รีบเดินออกจากห้องน้ำ แล้วรู้สึกเหมือนมีคนเดินเบียดขึ้นมาจากด้านหลัง คุณเชอรี่รู้สึกขนลุกไปทั่วตัว รีบกระโดดขึ้นเตียงคลุมโปง แล้วฝืนนอนให้หลับ พอตื่นเช้ามาก็รีบโทรไปต่อว่าเพื่อนคนที่เคยอยู่ด้วยกัน ว่าทำไมถึงไม่กลับมาอยู่ด้วย เพื่อนจึงบอกว่า งั้นเดี๋ยวคืนนี้จะไปหา

จนเวลาประมาณหกโมงเย็น เพื่อนก็มาถึงห้อง แล้วบอกว่าขอเอาแฟนมาอยู่ด้วยได้มั้ย แฟนของเพื่อนเป็นทอม คุณเชอรี่ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร คิดในใจว่า ยังดีกว่าอยู่คนเดียว หลังจากผ่านไปอีกสองวัน แฟนของเพื่อนก็ไม่กลับมาอีก วันต่อมา เพื่อนก็หนีไปนอนที่อื่นอีกเหมือนเดิม คุณเชอรี่จึงได้โทรไปต่อว่าเพื่อน เพื่อนก็ได้บอกว่า งั้นเดี๋ยววันนี้ตอนกลางวันจะเข้าไปหา พอเพื่อนมาถึง ก็บอกกับคุณเชอรี่ว่า “ก็แกเป็นคนบอกเอง ว่าถ้าเจออะไรห้ามเล่าให้ฟัง” คุณเชอรี่จึงบอกว่า “งั้นเล่ามาเลย” เพื่อนก็เล่าให้ฟังว่า “ทุกคืนที่นอน จะเห็นผู้หญิงนั่งอยู่ที่ปลายเท้าตลอด พอปิดไฟปุ๊บ ก็เห็นเลย หรือตอนที่ตื่นมากลางดึก ก็ยังเห็นนั่งอยู่ที่เดิม” “แล้วประมาณคืนที่สาม ตอนที่กำลังนอนหลับตาอยู่ รู้สึกว่าที่นอนแถวๆหัวไหล่มันยวบลง แต่ไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองนะ ใช้แค่มือลูบดู ก็จับไม่โดนอะไร เลยลืมตาขึ้นมาดู ก็เห็นผู้หญิงนั่งยองๆ หันหลังให้อยู่ข้างๆหมอน ไม่กระดุกกระดิก นั่งนิ่งเป็นหินทั้งคืน” “วันที่แฟนมานอนด้วย แฟนก็บอกว่าได้ยินเสียงเดินอยู่ทั่วห้อง พอลืมตาขึ้นมาดูก็ไม่เห็นใคร แต่ก็ยังได้ยินเสียงเดินอยู่รอบๆห้อง ส่วนมากที่เห็น ผีผู้หญิงคนนี้จะชอบนั่งนิ่งๆ ถ้าตอนกลางคืน เจอเค้าอยู่ตรงไหน ก็จะอยู่แบบนั้นทั้งคืน ไม่ขยับเขยื่อนตัวไปไหน” คุณเชอรี่กับเพื่อน ก็เลยคุยกันว่าจะลองไปซื้อดอกไม้มาไหว้ดู

แล้วได้ไปถามกับรีเซฟชั่นข้างล่างว่า “พี่ ศาลพระภูมิอยู่ตรงไหนหรอคะ” รีเซฟชั่นก็ทำหน้านิ่งๆ แล้วบอกว่า “ที่นี่ไม่มีศาล” คุณเชอรี่ก็ถามต่อว่า “งั้นมีพระพรหมหรือศาลอะไรให้ไหว้มั้ย” ก็ได้รับคำตอบว่า “ไม่มี ที่นี่นับถือเจ้าแขก” คุณเชอรี่กับเพื่อน ก็เลยเอาดอกไม้ขึ้นไปไหว้พระที่บนห้อง ตกตอนกลางคืน คุณเชอรี่กับเพื่อนก็นอนห้อนเดียวกัน เวลาประมาณตีสอง ในขณะที่นอนหลับกันอยู่ ก็ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำ เหวี่ยงปิดเองดังลั่น “ปั้ง!!” คุณเชอรี่สะดุ้งตกใจจนตัวสั่น จึงเปิดไฟหัวเตียง แล้วถามเพื่อนว่า “ออกไปดูมั้ย” เพื่อนทำหน้าตกใจกลัว แล้วส่ายหน้า เหมือนรู้ว่าจะเจอเข้ากับอะไร จึงนอนเปิดไฟกันจนถึงเช้า เวลาประมาณเจ็ดโมง คุณเชอรี่ก็ลงไปข้างล่าง แล้วขอคืนห้อง รีเซฟชั่นบอกว่า อยู่ได้แค่เดือนเดียว ไม่สามารถคืนค่ามัดจำให้ได้ เป็นจำนวนสองหมื่นกว่า คุณเชอรี่จึงคิดว่าจะทนอยู่ต่อไปก่อน ก็ได้ไปหาเช่าพระมาวางไว้บนหัวเตียง คืนนั้นเวลาประมาณเที่ยงคืน เพื่อนก็สะกิดคุณเชอรี่แล้วพูดว่า “มันไม่ได้อยู่แค่ห้องชั้นแล้วล่ะแก มันอยู่ห้องแกด้วย” คุณเชอรี่รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว หุบขางอเข่าเข้ามาทันที

เพื่อนก็บอกอีกว่า “มันนั่งนิ่งมองหน้าอยู่ตรงโซฟานั่นหนะ” ตกอีกวันนึงจึงได้ลองย้ายไปนอนอีกห้องหนึ่ง แต่เพื่อนก็ยังเห็นผู้หญิงคนนั้น นั่งหันข้างอยู่ตรงปลายเตียง เอียงคอมามอง แต่เพื่อนก็ไม่ได้ปลุกคุณเชอรี่ขึ้นมา นอนคลุบโปงจนถึงเช้า ตอนเช้ามา คุณเชอรี่กับเพื่อนจึงขอย้ายออกจากที่นี่ แล้วไปเช่าหออยู่ที่อื่น แล้วเพื่อนที่มหาลัย ก็มาเล่าให้ฟังว่า พาร์ทเม้นท์แห่งนี้ แฟนของเพื่อนเคยไปนอนบ่อย เพราะมันเป็นห้องแบบรายวันด้วย จะมีผู้ชายพาผู้หญิงมานอนในพาร์ทเม้นท์แห่งนี้บ่อยๆ ไม่รู้ว่าห้องนั้นเคยเกิดเหตุการณ์อะไรมาก่อนหรือเปล่า และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด

เล่าโดย : คุณเชอรี่